การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง หัตถกรรมเครื่องจักสาน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านอาชีพของนักเรียนประถมศึกษา ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัย นี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจำเป็น 2) เพื่อพัฒนารูปแบบ 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ 4) เพื่อประเมินประสิทธิผลของการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยใช้รูปวิธีการวิจัยแบบการวิจัยและพัฒนา (R&D) ประชากร ได้แก่ นักเรียนที่ศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวนทั้งสิ้น 125 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวนทั้งสิ้น 95 คน โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางเครชชี่มอร์แกรน และสุ่มอย่างง่าย โดยการจับฉลาก กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการศึกษา ด้านวิจัยและพัฒนา ด้านการใช้ชุมชนเป็นฐาน ด้านการวัดและประเมินผล ด้านการจัดการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม จำนวน 12 คน ด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน เพื่อตรวจสอบความตรงของเนื้อหา กลุ่มผู้ให้ข้อมูลในการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 9 คน ด้วยการเลือกแบบเจาะจง กลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวนทั้งสิ้น 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบสนทนากลุ่ม แบบประเมินรูปแบบ และหลักสูตรการจัดการเรียนรู้ สถิติที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test (Dependent)
ผลการวิจัยพบว่า
1) ผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของการเรียนรู้ภูมิปัญญางานจักสาน โดยแบ่งตามด้านต่าง ๆ พบว่า ด้านการสร้างแรงบันดาลใจอยู่ในระดับปานกลาง ด้านการเรียนรู้จากชุมชนอยู่ในระดับมาก ด้านการสร้างสรรค์ผลงานอยู่ในระดับ ด้านการนำเสนอและแลกเปลี่ยน อยู่ในระดับ มาก และด้านการสะท้อนผลและต่อยอดอาชีพ อยู่ในระดับปานกลาง สรุปภาพรวม การเรียนรู้ภูมิปัญญางานจักสานของนักเรียนมีระดับ ปานกลางถึงมาก แสดงให้เห็นว่าการจัดกิจกรรมโดยใช้ชุมชนเป็นฐานช่วยสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ด้านการสะท้อนผลและต่อยอดอาชีพยังสามารถพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะอาชีพและความเข้าใจเชิงลึกในภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ครบถ้วน
2) ผลการสนทนากลุ่ม พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง หัตถกรรมเครื่องจักสาน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านอาชีพของนักเรียนประถมศึกษา โดยแบ่งกระบวนการในคู่มือเป็น 5 ส่วน คือ.ขั้นสร้างแรงบันดาลใจและตระหนักรู้คุณค่าภูมิปัญญา ขั้นเรียนรู้จากชุมชนจริง ขั้นสร้างสรรค์ผลงาน ขั้นนำเสนอและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขั้นสะท้อนผลและต่อยอดอาชีพ ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อคิดเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านขั้นตอนการดำเนินงาน รองลงมา คือ ด้านวัตถุประสงค์ ด้านหลักการ (Principles) ด้านผลลัพธ์ที่คาดหวัง (Expected Outcomes) และ ปัจจัยเกื้อหนุน (Supporting Factors)
3) คะแนนเฉลี่ยการทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง หัตถกรรมเครื่องจักสาน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านอาชีพของนักเรียนประถมศึกษา สูงกว่าก่อนเรียนโดยมีนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01 ความพึงพอใจของนักเรียนกลุ่มเป้าหมายต่อรูปแบบรูปแบบการจัดการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่อง หัตถกรรมเครื่องจักสาน โดยใช้ชุมชนเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะด้านอาชีพของนักเรียนประถมศึกษา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษา อยู่ในระดับมากทุกด้าน
4) ผลการประเมินโดยรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน ด้านประสิทธิภาพมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับมาก ด้านประสิทธิผลมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับมาก ด้านผลกระทบมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ชาญชัย ศุภอรรถกร. (2562). การพัฒนาหนังสือสามมิติ เรื่อง หัตถกรรมเครื่องจักสานและเครื่องปั้นดินเผาด้วยเทคโนโลยีออกเมนเต็ดเรียลลิตีบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศ, 15(1), 81–92.
ธัญญาพร ก่องขันธ์. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานในการส่งเสริมความสามารถการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นสำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, 18(1), 103–113.
นิศรา ชัยเขียว. (ม.ป.ป.). การจัดการความรู้ด้าน Soft Power ของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม. เรียกใช้เมื่อ 12 มกราคม 2569 จาก https://shorturl.asia/iO1Fn
สรัล สุวรรณ. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้การคิดเชิงออกแบบร่วมกับชุมชนเป็นฐานเพื่อส่งเสริมการออกแบบงานทัศนศิลป์ท้องถิ่นตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. ใน วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
อนุชิต วัฒนาพร, และคณะ. (2567). รูปแบบการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะการเรียนการสอนเพื่อสร้างนวัตกรโดยใช้ชุมชนเป็นฐานอย่างมีส่วนร่วม. วารสารวิจัยและนวัตกรรมท้องถิ่น, 19(2), 37–50.
วิทยาลัยช่างศิลปะสุพรรณบุรี. (2556). เทคนิคการเรียนการสอนที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน. เรียกใช้เมื่อ 12 มกราคม 2569 จาก https://shorturl.asia/mIdK1
Bourdieu, P. (1986). The forms of capital. In J. G. Richardson (Ed.), Handbook of theory and research for the sociology of education (pp.
–258). Greenwood Press.
Subban, P. (2006). Differentiated instruction: A research basis. International Education Journal, 7(7), 935–947.