การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมของนักการเมืองท้องถิ่นที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะในจังหวัดชลบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะของนักการเมืองท้องถิ่น 2) วิเคราะห์การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมของนักการเมืองท้องถิ่นที่ส่งผลต่อการให้บริการสาธารณะในจังหวัดชลบุรี และ 3) เสนอแนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการสาธารณะในจังหวัดชลบุรี การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน โดยอาศัยกรอบแนวคิดและทฤษฎีของ Millet (1945) หลักธรรมาภิบาลของสำนักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2542) และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 การวิจัยเชิงปริมาณมีกลุ่มประชากรคือประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและอาศัยอยู่ในจังหวัดชลบุรี จำนวน 1,613,119 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างจำนวน 384 คน โดยใช้ตารางของเครจีและมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ สำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกนักการเมืองท้องถิ่นจำนวน 5 คน ข้าราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 2 คน และประชาชนทั่วไปจำนวน 5 คน รวมทั้งสิ้น 15 คน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรีโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าทั้ง 5 ด้านอยู่ในระดับมาก โดยด้านการให้บริการที่มีความก้าวหน้ามีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือด้านการให้บริการอย่างเท่าเทียมกัน และด้านการให้บริการอย่างรวดเร็วทันเวลา ขณะที่ด้านการให้บริการอย่างเพียงพอและด้านการให้บริการอย่างต่อเนื่องมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด 2) การประยุกต์ใช้หลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมของนักการเมืองท้องถิ่นจำนวน 7 ด้าน สามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะในจังหวัดชลบุรีได้ร้อยละ 54.8 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) แนวทางการพัฒนาที่สำคัญคือการส่งเสริมและบูรณาการหลักสิทธิมนุษยชนและการไม่เลือกปฏิบัติในทุกขั้นตอนของการให้บริการ โดยกำหนดหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับเจ้าหน้าที่ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการสาธารณะอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กมลพรรณ พึ่งด้วง. (2560). การบริหารตามหลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิผลของสถานศึกษา. สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. ใน ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตร์. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ชนิกานต์ วงษ์กรณ์. (2555). การให้บริการสาธารณะของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดชลบุรี. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชุติพนธ์ วงษ์อมรวิทย์ และคณะ. (2563). การเสริมสร้างจริยธรรมทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่น ในจังหวัดนครราชสีมา. อยุธยา: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
สำนักงานสถิติจังหวัดชลบุรี. (2568). สรุปผลการสำรวจสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568. เรียกใช้เมื่อ 12 มกราคม 2569 จาก https://www.nso.go.th/
อาทิตยา สุขศรี. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารโดยใช้หลักธรรมาภิบาลกับประสิทธิผลการบริหารของผู้บริหาร โรงเรียนธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี. ใน วิทยานิพนธ์. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.
Krejcie and Morgan. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.