ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร กับความสุขในการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาตรัง กระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารตามการรับรู้ของครู 2) ศึกษาความสุขในการปฏิบัติงานของครู 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารตามการรับรู้ของครูกับความสุขในการปฏิบัติงานของครู 4) สร้างสมการพยากรณ์ความสุขในการปฏิบัติงานของครู โดยองค์ประกอบของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารตามการรับรู้ของครู กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ จำนวน 317 คน โดยใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้นอย่างเป็นสัดส่วน สองขั้นตอนตามขนาดของโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ทั้งสองตัวแปร มีดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง .80 – 1.00 และค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น เท่ากับ .988 และ .979 ตามลำดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน การวิเคราะห์ความสัมพันธ์พหุคูณ และการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัย พบว่า 1) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารโรงเรียนตามการรับรู้ของครู โดยรวมอยู่ในระดับดี โดยด้านการมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์มีค่าเฉลี่ยสูงสุด 2) ความสุขในการปฏิบัติงานของครู อยู่ในระดับดีมาก 3) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารตามการรับรู้ของครูกับความสุขในการปฏิบัติงานของครู มีความสัมพันธ์กันทางบวก (r = .790) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และ 4) องค์ประกอบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสามารถร่วมกันอธิบายความแปรปรวนของความสุขในการปฏิบัติงานของครูได้ร้อยละ 69.70 (Adjusted R2 = .697) และมีค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยมาตรฐานสำหรับทำนายความสุขในการปฏิบัติงานของครู ประกอบด้วยด้านการมีอิทธิพลเชิงอุดมการณ์ ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ ด้านการกระตุ้นทางปัญญา และด้านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล เท่ากับ .491, .577, -.510 และ .366 ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ปราโมทย์ ศรีธนะ. (2564). การศึกษาทางสังคมและวัฒนธรรมในโลกที่เปลี่ยนแปลง. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ธนากร สมิทธิ์. (2565). การศึกษากับการพัฒนาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์การศึกษา.
สมหมาย, พ. (2564). การศึกษากับการพัฒนาอาชีพครู: บทบาทและความสำคัญในสังคมการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์การศึกษา, หน้า 57-59.
สุชาดา, ช. (2566). การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในองค์กรการศึกษาและผลกระทบต่อความสุขใน การทำงานของครู. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิจัยการศึกษา.
Bakker, A. B., & Demerouti, E. (2022). Job demands–resources theory: Taking stockand looking forward. Journal of Managerial Psychology, 37(1), 1-15. https:// doi.org/10.1108/JMP-01-2022-0498.
Bass, B. M.; & Avolio. (1994). Transformational Leadership Development. Pola Alto, California: Consulting Psychologists.
Burns, J. M. (1978). Leadership. New York: Harper & Row.
Hakanen, J. J., Bakker, A. B., & Schaufeli, W. B. (2021). The role of work resourcesin burnout and engagement: A multilevel study. Journal of Occupational Health Psychology, 26(6), 751-763.
Kotter, J. P. (1996). Leading change. Harvard Business Press.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities, Educational and Psychological Measurement. 30(3), 607-610.
Manion, J. (2003). Joy at work: Creating a positive and productive work environment, Journal of Nursing Administration. 33(12), 652-659.