กายหายไข้ ใจหายทุกข์
Main Article Content
บทคัดย่อ
หนังสือ กายหายไข้ ใจหายทุกข์ นำเสนอ ชีวิตของมนุษย์ประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญสองประการ คือ กาย และ ใจ ซึ่งมีความสัมพันธ์เกื้อกูลกันอย่างใกล้ชิดและไม่อาจแยกออกจากกันได้ เมื่อกายประสบกับความเจ็บป่วย ใจย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย และในทำนองเดียวกัน หากใจตกอยู่ในภาวะแห่งความทุกข์ ความหวั่นไหว หรือความฟุ้งซ่าน ก็ย่อมส่งผลย้อนกลับไปบั่นทอนสุขภาวะของกาย ความจริงข้อนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลชีวิตมนุษย์อย่างแท้จริงจำเป็นต้องคำนึงถึงทั้งมิติทางกายภาพและมิติทางจิตใจควบคู่กัน
หนังสือเรื่อง “กายหายไข้ ใจหายทุกข์” ผลงานของ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างกายและใจตามหลักพุทธธรรม และชี้ให้เห็นแนวทางการดูแลรักษา “ใจ” อย่างถูกต้อง ท่ามกลางความไม่สมบูรณ์และความเปลี่ยนแปลงของ “กาย” อันเป็นธรรมดาของชีวิตมนุษย์ หนังสือเล่มนี้มิได้มุ่งเน้นเพียงการเยียวยาทางอารมณ์หรือการปลอบประโลมผู้เจ็บป่วยเท่านั้น หากแต่มีเป้าหมายเพื่อมอบ “ปัญญา” ให้ผู้อ่านได้เข้าใจธรรมชาติของความเจ็บไข้ ความไม่เที่ยง และความทุกข์ ในฐานะสัจธรรมของชีวิต ซึ่งเนื้อหาในหนังสือมุ่งแสดงให้เห็นว่า ความทุกข์ทางกายมิได้จำเป็นต้องนำไปสู่ความทุกข์ทางใจเสมอไป หากมนุษย์รู้จักฝึกสติ ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุปัจจัยของสิ่งที่เกิดขึ้น และวางใจให้สอดคล้องกับความเป็นจริง ใจก็สามารถดำรงอยู่ด้วยความสงบ เบิกบาน และเป็นอิสระได้ แม้ในยามที่กายยังต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย หนังสือเล่มนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็งและตั้งมั่นบนฐานของปัญญา มากกว่าการยึดติดอยู่กับสภาพของร่างกายเพียงอย่างเดียว
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้นำเสนอหลักพุทธธรรมอย่างเป็นระบบ เรียบง่าย และลึกซึ้ง โดยเน้นบทบาทของ สติ ในฐานะจุดเริ่มต้นของการพัฒนาปัญญา สติทำหน้าที่ช่วยให้มนุษย์ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของอารมณ์ ความกลัว หรือความทุกข์ที่ปรุงแต่งขึ้นในใจ เมื่อสติเกิดขึ้นอย่างถูกต้อง ปัญญาย่อมทำงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถมองเห็นสภาวะต่าง ๆ ตามเหตุปัจจัย มิใช่มองด้วยความชอบหรือความชัง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการคลายทุกข์ทางใจ นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นบทบาทของบุคคลรอบข้างผู้เจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นญาติ ผู้ดูแล หรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยเน้นว่า การดูแลและรักษา “ใจ” ของตนเองให้ตั้งมั่นอยู่ในธรรม เป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะนำไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่นอย่างแท้จริง การดูแลผู้ป่วยจึงมิใช่เพียงกระบวนการทางกายภาพเท่านั้น หากแต่เป็นโอกาสแห่งการฝึกตน พัฒนาจิตใจ และเจริญคุณธรรมตามแนวทางพระพุทธศาสนา
ซึ่งการจากการวิเคราะห์ ผู้อ่านได้สรุปวัตถุประสงค์ของหนังสือ ดังนี้
- 1. เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง กาย และ ใจ ตามหลักพุทธธรรม ให้ผู้อ่านตระหนักถึงความเชื่อมโยงและอิทธิพลซึ่งกันและกันในกระบวนการดำรงชีวิตของมนุษย์
- 2. เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของ ความเจ็บไข้ ความไม่เที่ยง และความทุกข์ ในฐานะสัจธรรมของชีวิต อันเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
- 3. เพื่อชี้แนะแนวทางการดูแลและพัฒนา จิตใจ ให้สามารถดำรงอยู่ด้วยความสงบ เข้มแข็ง และเป็นอิสระจากความทุกข์ทางใจ แม้ในยามที่กายประสบกับความเจ็บป่วยหรือความไม่สมบูรณ์
- 4. เพื่อส่งเสริมการฝึก สติและปัญญา ให้ผู้อ่านสามารถพิจารณาสภาวะต่าง ๆ ตามเหตุปัจจัย ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของอารมณ์ ความกลัว หรือความทุกข์ที่ปรุงแต่งขึ้นในใจ
- 5. เพื่อแสดงให้เห็นบทบาทและความสำคัญของ บุคคลรอบข้างผู้เจ็บป่วย ไม่ว่าจะเป็นญาติ ผู้ดูแล หรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยเน้นว่าการรักษาใจของตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญของการช่วยเหลือผู้อื่นอย่างมีเมตตาและปัญญา
- 6. เพื่อใช้เป็น ธรรมโอสถและคู่มือทางใจ สำหรับผู้เจ็บป่วย ผู้ดูแล และผู้ใฝ่เรียนรู้ธรรมะ ในการนำหลักพุทธธรรมไปประยุกต์ใช้กับชีวิตจริงอย่างถูกต้องและเหมาะสม
สรุปได้ว่า หนังสือ “กายหายไข้ ใจหายทุกข์” มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้นำให้ผู้อ่านเข้าใจความจริงของชีวิตตามหลักพุทธธรรม และตระหนักว่าการเยียวยาที่แท้จริงของมนุษย์มิได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาโรคทางกาย หากแต่ต้องควบคู่ไปกับการฝึกใจให้รู้เท่าทันความจริงของสังขาร หนังสือเล่มนี้จึงเป็นทั้งธรรมโอสถสำหรับผู้เจ็บป่วย คู่มือทางใจสำหรับผู้ดูแล และแหล่งปัญญาสำหรับผู้ใฝ่เรียนรู้ธรรมะ เพื่อดำเนินชีวิตด้วยความเข้าใจ สงบ และไม่ตกอยู่ใต้อำนาจของความทุกข์ แม้ในยามที่กายยังไม่อาจพ้นจากความเจ็บไข้ได้อย่างสมบูรณ์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. (2556). วัฒนธรรมไทยกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สร้างสรรค์.
ประเวศ วะสี. (2553). มนุษยธรรมกับการแพทย์. กรุงเทพมหานคร: หมอชาวบ้าน.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2556). พุทธธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 32. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต). (2558). เมตตาธรรมกับการอยู่ร่วมกันในสังคม. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พระไพศาล วิสาโล. (2557). พุทธศาสนากับการเยียวยาชีวิต. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
พระราชธรรมนิเทศ (ระแบบ ฐิตญาโณ). (2554). ความไม่เที่ยงกับการดำรงชีวิต. กรุงเทพมหานคร: ธรรสภา.
พุทธทาสภิกขุ. (2554). ทุกข์เพื่อเห็นธรรม. กรุงเทพมหานคร: สุขภาพใจ.
ไพฑูรย์ สินลารัตน์. (2557). การศึกษาเพื่อการพัฒนาคนและสังคม. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจารณ์ พานิช. (2555). การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสยามกัมมาจล.
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี). (2552). ธรรมะกับการดำเนินชีวิต. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์ธรรมะ.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2552). สติ สมาธิ ปัญญา. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิพุทธธรรม.
. (2553). ชีวิตที่พ้นจากทุกข์. กรุงเทพมหานคร: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.
. (2555). พุทธธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 32. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
. (2557). กายหายไข้ ใจหายทุกข์. กรุงเทพมหานคร: บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด.
. (2560). ธรรมนูญชีวิต. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิพุทธธรรม.
สุมน อมรวิวัฒน์. (2556). สุขภาวะทางปัญญา: การศึกษาเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Sepúlveda, C., Marlin, A., Yoshida, T., & Ullrich, A. (2002). Palliative care: The World Health Organization’s global perspective. Journal of Pain and Symptom Management, 24(2), 91–96.
World Health Organization. (2014). Palliative care. Geneva: WHO.