การศึกษาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล ที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสอนของครูสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลและประสิทธิภาพการสอนของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1 (2) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลและประสิทธิภาพการสอนของครูในสังกัดเดียวกัน และ (3) ศึกษาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสอนของครู เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลกับครูในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1 ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 286 คน ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตรประเมินค่า 5 ระดับ ซึ่งมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .85 และใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับประสิทธิผลสัมพัทธ์ สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า
1) ผลการศึกษาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลและประสิทธิภาพการสอนของครู พบว่า สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลโดยรวมอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ การพัฒนาตนเอง การทำงานเป็นทีม การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และการมุ่งผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพการสอนของครูโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย ได้แก่ การวัดและประเมินผล การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การอบรมและพัฒนาตนเอง ความสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียน การใช้สื่อการสอน และการจัดการเรียนรู้
2) ผลการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลและประสิทธิภาพการสอนของครู พบว่า สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิภาพการสอนของครูอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยเฉพาะด้านการพัฒนาตนเอง การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการสอนของครูในระดับปานกลางถึงค่อนข้างสูง
3) ผลการศึกษาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการสอนของครู ผลการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณพบว่า สมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษายุคดิจิทัล ได้แก่ การพัฒนาตนเอง การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การทำงานเป็นทีม และการมีวิสัยทัศน์ สามารถร่วมกันพยากรณ์ประสิทธิภาพการสอนของครูได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ 0.609 และสามารถอธิบายความแปรปรวนของประสิทธิภาพการสอนของครูได้ร้อยละ 37.10 (R² = 0.371, Adjusted R² = 0.359) ทั้งนี้ ตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพการสอนของครูมากที่สุดคือ การพัฒนาตนเอง รองลงมาคือ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การทำงานเป็นทีม และการมีวิสัยทัศน์ ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
วิชุดา ทองไพรวรรณ์, สมหญิง จันทรุไทย และ ประพจน์ แย้มทิม. (2568). ภาวะผู้นำดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูปฐมวัย สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 1. วารสารสังคมพัฒนศาสตร์, 8(2), 1–13.
European Commission. (2018). The Digital Competence Framework 2.0: DigComp 2.0—The digital competence framework for citizens. Office of the European Union.
Krejcie, R., & Morgan, D. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement - EDUC PSYCHOL MEAS, 30, 607–610.
Mukkrathok, W., & Raksanakorn, K. (2023). Digital Competencies of School Administrators Affecting Academic Administration in Educational Institutions under the Jurisdiction of Saraburi Primary Educational Service Area Office 1. Journal of Educational Technology and Communications Faculty of Education Mahasarakham University (JETC), 6(17), 68–79.
Naewngoendee, P., & Suphakicco, P. S. (2025). Digital Technological Competency of School Administrators under Khon Kaen Primary Educational Service Area Office 3. Journal of Intellect Education, 4(3), 350–371.
Office of the Basic Education Commission. (2022). Guidelines for Developing Teachers’ Digital Competencies for 21st Century Learning. Ministry of Education.
Office of the National Economic and Social Development Council. (2023). Master Plan under the National Strategy (2023–2040) (Revised Edition). Office of the Prime Minister. http://nscr.nesdc.go.th/wp-content/uploads/2023/03/ masterplan_updated2023_080363.pdf
Saraburi Primary Educational Service Area Office 1. (2023). Basic education development plan 2023–2027. Saraburi Primary Educational Service Area Office 1.
Scheerens, J. (2023). Theory on Teaching Effectiveness at Meta, General and Partial Level. ใน A.-K. Praetorius & C. Y. Charalambous (บ.ก.), Theorizing Teaching: Current Status and Open Issues (น. 97–130). Springer International Publishing. https://doi.org/10.1007/978-3-031-25613-4_4
Tapankaew, P., Pienthunyakorn, S., & Phimphabut, C. (2024). Administrators’ Communication Skill Affecting Teacher Professional Standards Performance Under Sakon Nakhon Primary Educational Service Area Office 1. JOURNAL OF EDUCATIONAL ADMINISTRATION AND LEADERSHIP, 12(46), 171–181.
Wanngoen, C., Boonloy, W., & Nilkote, R. (2023). The Competency of School Administrators in the Digital Age Effecting the Academic Affairs Administration in Primary School Under Sakaeo Primary Educational Service Area Office 1. Journal of MCU Nakhondhat, 10(12), 163–172.
Winterton, J., & Turnbow, T. (2020). Chapter 20 What is competence? Theory, policy and practice. https://china.elgaronline.com/edcollchap/edcoll/97 81788975575/9781788975575.00028.xml
Yaemtad, D., & Boonsong, K. (2025). Competency of School Administrators in the Digital Age Affecting the Learning Organization under the Phetchaburi Primary Educational Service Area Office 2. Ratchaphruek Journal, 23(1), 35–50.