รูปแบบวัฒนธรรมองค์กรที่มีประสิทธิภาพโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

Main Article Content

มณีรัตน์ พงษ์ลุน
พระราชวชิรญาณเมธี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาตัวแปรของรูปแบบวัฒนธรรมองค์กรที่มีประสิทธิภาพของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2) สร้างรูปแบบดังกล่าว และ 3) ประเมินและรับรองรูปแบบ โดยใช้การวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มตัวอย่างคือโรงเรียนมัธยมศึกษาจำนวน 330 โรงเรียน รวมผู้ให้ข้อมูล 990 คน ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา รองผู้อำนวยการ ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถาม และแบบประเมินผลการรับรองข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสารวจ (EFA)


ผลการวิจัย พบว่า ตัวแปรของรูปแบบวัฒนธรรมองค์กรที่มีประสิทธิภาพมีทั้งหมด 91 ตัวแปร แบ่งเป็น 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1) สมรรถนะในการปฏิบัติงานร่วมกันตามบทบาทหน้าที่ 2) การบริหารจัดการและภาวะผู้นำ 3) การบริหารที่มุ่งเน้นบุคลากรและบรรยากาศการทำงาน และ 4) การพัฒนาองค์กรที่เน้นผลสัมฤทธิ์และนวัตกรรม โดยค่าความสัมพันธ์ของตัวแปรอยู่ระหว่าง 0.50–0.71 ผลการประเมินและรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญ 7 คน พบว่ารูปแบบมีความถูกต้อง เหมาะสม เป็นไปได้ และเป็นประโยชน์ในระดับมากถึงมากที่สุด

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). รายงานการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2549–2558). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.

wisdom of teams: Creating the high-performance organization. Boston, MA: Harvard Business School Press.

คริสเตนเซน, ซี. เอ็ม. (Christensen, C. M.). (1997). The innovator’s dilemma: When new technologies cause great firms to fail. Boston, MA: Harvard Business Review Press.

ฉัตรวิมล เข็มพันธ์ และ สัมมา รธนิธย์. (2560). วัฒนธรรมองค์กรกับประสิทธิผลของสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์, 25(2), 89–104.

นิสิตา หาญภักดีนิยม และ จิตสุภา แกมทับทิม. (2561). ผลกระทบของโลกาภิวัตน์ต่อการ บริหารงานภาครัฐไทย. วารสารรัฐประศาสนศาสตร์, 18(2), 45–62.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542). ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก หน้า 1–23.

เพ็ชรี รูปะวิเชตร์. (2554). วัฒนธรรมองค์กรกับประสิทธิภาพขององค์กรธุรกิจ. วารสารบริหารธุรกิจ, 11(3), 75–88.

รัชพล คชชารุ่งโรจน์. (2548). วัฒนธรรมองค์กรกับคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สมยศ นาวีการ. (2540). การบริหารสถานศึกษาในยุคใหม่. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.

สมุทร ชำนาญ. (2555). การบริหารทรัพยากรมนุษย์เพื่อประสิทธิภาพขององค์กร. วารสารการจัดการ, 8(1), 101–115.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2546). รายงานสรุปผลการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). รายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย พ.ศ. 2559. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

สุรินทร์ ชุมแก้ว. (2556). ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์กรกับประสิทธิผลของสถานศึกษา. ใน วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.

วันเพ็ญ เจริญแพทย์. (2545). การพัฒนาโรงเรียนให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้. วารสารศึกษาศาสตร์, 12(1), 33–48.

วิรัช สงวนวงศ์วาน. (2550). วัฒนธรรมองค์กรกับการพัฒนาองค์กรการศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษา, 5(2), 77–92.

วิเชียร วิทยอุดม. (2547). บทบาทของวัฒนธรรมองค์กรต่อประสิทธิผลของโรงเรียน มัธยมศึกษา. วารสารศึกษาศาสตร์, 14(2), 55–70.

Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. New York, NY: Doubleday.

Yukl, G. (2013). Leadership in organizations (8th ed.). Boston, MA: Pearson Education.

Kouzes, J. M., & Posner, B. Z. (2017). The leadership challenge (6th ed.). Hoboken, NJ: Wiley.

Hammer, M., & Champy, J. (1993). Reengineering the corporation: A manifesto for business revolution. New York, NY: HarperBusiness.

Herzberg, F. (1968). One more time: How do you motivate employees? Harvard Business Review, 46(1), 53–62.

Spreitzer, G. M. (1995). Psychological empowerment in the workplace: Dimensions, measurement, and validation. Academy of Management Journal, 38(5), 1442–1465.