แนวทางการสร้างกำลังใจสำหรับผู้สูงอายุตามหลักพุทธธรรมในชุมชน วัดทองใน เขตสวนหลวง จังหวัดกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็นแนวทางการสร้างกำลังใจของผู้สูงอายุในชุมชนวัดทองใน เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 2) เพื่อพัฒนาแนวทางการสร้างกำลังใจสำหรับผู้สูงอายุตามหลักพุทธธรรม และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการสร้างกำลังใจของผู้สูงอายุในชุมชนวัดทองใน เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยกระบวนการวิจัยเอกสารควบคู่กับการวิจัยภาคสนามผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องจำนวน 17 รูป/คน ได้แก่ พระสงฆ์ผู้เชี่ยวชาญด้านพระพุทธธรรม นักวิชาการด้านจิตวิทยาเชิงสร้างสรรค์ และผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชนวัดทองใน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท
ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุในชุมชนประสบภาวะความเสื่อมถอยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ส่งผลให้เกิดความรู้สึกโดดเดี่ยว ว่างเปล่า ไร้คุณค่า และขาดแรงใจในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่ลำพังหรือมีบทบาทในครอบครัวลดลง ความต้องการจำเป็นของผู้สูงอายุจึงมิใช่เพียงเรื่องปัจจัยสี่หรือบริการพื้นฐาน แต่คือความต้องการที่จะได้รับความเข้าใจ ความสัมพันธ์ที่เกื้อกูล และการมีพื้นที่แห่งคุณค่าในสังคม
ในการพัฒนาแนวทางการสร้างกำลังใจ ผู้วิจัยได้ประมวลและวิเคราะห์หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา โดยเน้นที่ “สังคหวัตถุ 4” อันประกอบด้วย ทาน ปิยวาจา อัตถจริยา และสมานัตตตา ซึ่งมิได้เป็นเพียงหลักธรรมเพื่อสันติภาพระหว่างบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกทางจิตวิญญาณที่สามารถฟื้นฟูพลังใจภายในของผู้สูงอายุได้อย่างลึกซึ้ง เมื่อถูกร้อยรัดด้วยความเข้าใจในชีวิตตามแนวพุทธ เช่น ความไม่เที่ยง ความไม่ใช่ตัวตน และการดำรงอยู่ด้วยสติ
จากการสังเคราะห์ข้อมูลภาคสนามร่วมกับหลักธรรม ได้องค์ความรู้สรุปเป็นรูปแบบ “GBMC Model” เพื่อสร้างกำลังใจแก่ผู้สูงอายุตามหลักพุทธธรรม ประกอบด้วย G = Giving alms (ทาน), B = Beautiful speech (ปิยวาจา), M = Make yourself useful (อัตถจริยา), และ C = Consistency (สมานัตตตา) โดยโมเดลนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับครอบครัว ชุมชน วัด หรือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยต้นทุนต่ำแต่ส่งเสริมพลังภายในที่ยั่งยืน เป็นการรื้อฟื้นพลังแห่งธรรมะเพื่อประคับประคองจิตใจผู้สูงวัยให้ดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่า ท่ามกลางสังคมไทยที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสูงวัยอย่างสมบูรณ์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กานดา จันทร์แย้ม. (2545). จิตวิทยาอุตสาหกรรมเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: โอเดี้ยนสโตร์.
กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ. (2538). ประวัติกรมการศาสนาและการศาสนาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์การศาสนา.
คูณ โทขันธ์. (2537) พุทธศาสนากับชีวิตประจำวัน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์.
ชมพูนุท พรหมภักดิ์. (2556) การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย (Aging society in Thailand). กรุงเทพมหานคร: สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา.
ธรรมรักษา. (2532). พระไตรปิฏก ฉบับสุภาษิต. กรุงเทพมหานคร: รุ่งแสงการพิมพ์.
_________. (2536). พระไตรปิฎกดับทุกข์ ฉบับที่ 11. กรุงเทพมหานคร: สติ.
บุญสิริ ชวลิตธารง. (2529). ธรรมโอสถ. กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์การพิมพ์.
จันทร์จิรา แก่นจันทร์. (2554). ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยค้ำจุนกับขวัญกำลังใจในการทำงานของผู้บริหารและครูโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษานครพนม เขต 1. ใน วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนครพนม.
ชญานิศฐ์ รักแจ้ง. (2554). การให้บริการของสำนักงานประกันสังคมตามหลักสังคหวัตถุ 4 ตามทัศนะของ ผู้ประกันตนเขตกรุงเทพมหานคร. ใน วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สุคี ศิริวงศ์พากร. (2556). การศึกษาพฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารที่มี ความสัมพันธ์กับความสามารถในการพึ่งตนเองของผู้สูงอายุในกรุงเทพมหานคร. ใน รายงานวิจัย เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร.
สุทธิพงศ์ ปานเพ็ชร์. (2550). การประยุกต์หลักพุทธธรรมกับวิถีชีวิตชุมชน. ใน รายงานการวิจัยอิสระ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
นริสา วงศ์พนารักษ์ และคณะ. (2557). คุณภาพชีวิต: การศึกษาในผู้สูงอายุไทย. วารสารพยาบาลทหารบก, 15(3), 65.
วราภรณ์ บุตรนำชัย. (2559). หลักสังคหวัตถุธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากร. วารสาร Journal of Roi Kaensarn Academi, 1(2), 33-34.