ความสัมพันธ์ของนวัตกรรมดิจิทัลกับการจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1

Main Article Content

นันทิกร อุดมศิลป์
พุทธกาล แก้สุข

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับการนำนวัตกรรมดิจิทัลและการจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21 และ 2) เพื่อวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมดิจิทัลกับการจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21 3) วัตถุประสงค์ที่ 3  เพื่อวิเคราะห์ระดับนวัตกรรมดิจิทัลที่มีอิทธิพลต่อการจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1 ใช้การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ผู้บริหารระดับชั้นปี จำนวน 168 คน ได้จากการสุ่มแบบง่าย เครื่องมือเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์เพียร์สัน และการถดถอยพหุคูณ
ผลการวิจัยพบว่า
1.การจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21 อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะการให้คำปรึกษาและส่งเสริมศักยภาพ (M=4.17, SD=0.799) การคัดกรองและติดตามพฤติกรรม (M=4.15, SD=0.694) และการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล (M=4.09, SD=0.788) ระดับการนำนวัตกรรมดิจิทัลอยู่ในระดับปานกลางค่อนสูง ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (M=3.73, SD=0.780) ระบบฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ (M=3.72, SD=1.051) และ เครื่องมือสื่อสารและความร่วมมือ (M=3.71, SD=0.980)
2.ความสัมพันธ์พบว่า การจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21
3.มีความสัมพันธ์เชิงบวกและมีนัยสำคัญกับทั้งสามมิติของนวัตกรรมดิจิทัล (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร r=.729; เครื่องมือสื่อสารและความร่วมมือ r=.689; ระบบฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ r=.594; p<.01)


  • ผลการถดถอยพหุคูณยืนยันว่า ทั้งสามมิติเป็นผู้ทำนายเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อการจัดการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21 (เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร b=0.346, β.530, t=12.737, p<.001; ระบบฐานข้อมูลและการวิเคราะห์ b=0.138, β=.233, t=4.897, p<.001; เครื่องมือสื่อสารและความร่วมมือ b=0.119, β=.171, t=4.213, p<.001) ชี้ให้เห็นว่านวัตกรรมดิจิทัลมีความสัมพันธ์ต่อระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 1

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

บุญชม ศรีสะอาด. (2561). วิธีการวิจัยทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). คู่มือ/แนวทางการดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน. กรุงเทพมหานคร: สพฐ.

สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (O-NET) ปีการศึกษา 2562. กรุงเทพมหานคร: สทศ.-สพฐ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2022). แนวทาง/คู่มือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสาร ในสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สพฐ.

CASEL (Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning). (2023). SEL framework/core competencies document. Chicago, IL: Author.

Chaveesuk, S., & Chaiyasoonthorn, W. (2022). COVID-19 in emerging countries and students’ intention to use cloud classroom: Evidence from Thailand. Education Research International, 2022, 6909120.

Chaveesuk, S., Khalid, B., Bsoul Kopowska, M., Rostańska, E., & Chaiyasoonthorn, W. (2022). Comparative analysis of variables that influence behavioral intention to use MOOCs. PLoS ONE, 17(4), Article e0262037.

Fullan, M. (2013). Stratosphere: Integrating technology, pedagogy, and change knowledge. Pearson.

Marzano, R. J. (2003). What works in schools: Translating research into action. ASCD.

OECD. (2024). Education at a Glance 2024: OECD Indicators. Paris: OECD Publishing.

Partnership for 21st Century Learning. (2019). Framework for 21st Century Learning: Definitions. Battelle for Kids.

Trilling, B., & Fadel, C. (2009). 21st century skills: Learning for life in our times. Jossey-Bass.

UNESCO. (2023). Global Education Monitoring Report 2023: Technology in education—A tool on whose terms?. Paris: UNESCO.

UNICEF. (2022). Foundational learning and social and emotional learning (SEL): A review of the evidence. New York, NY: UNICEF.