การประยุกต์ใช้อิทธิบาท 4 ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ สภากาชาดไทย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาประยุกต์ใช้หลักอิทฺธิบาท 4 ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย 2. เพื่อเปรียบเทียบการประยุกต์ใช้หลักอิทฺธิบาท 4 ของเจ้าหน้าที่สภากาชาด 3. เพื่อเสนอแนะแนวทางการประยุกต์ใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย เป็นการวิจัยแบบผสมผสานวิธี โดยการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 341 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลแบบสัมภาษณ์กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 5 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาประกอบบริบท
ผลการวิจัยพบว่า 1.การประยุกต์ใช้อิทธิบาท 4 ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยพบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดคือ ด้านฉันทะ รองลงมาคือ ด้านวิริยะ และด้านจิตตะ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านวิมังสา ตามลำดับ 2. ผลการเปรียบเทียบ พบว่า เจ้าหน้าที่ที่การศึกษาและประสบการณ์ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการประยุกต์ใช้อิทธิบาท 4 ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ส่วนเจ้าหน้าที่ที่มี เพศ และอายุ ต่างกัน มีความคิดเห็นการประยุกต์ใช้อิทธิบาท 4 ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยไม่แตกต่างกัน
3. ข้อเสนอแนะ คือ 1) ด้านฉันทะ พบว่า เจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยทุกหน่วยงานมีความรักใครเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน 2) ด้านวิริยะ พบว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย เตรียมความพร้อมเพื่อรอรับการให้บริการ ควรเตรียมความพร้อมก่อนครึ่งชั่วโมงในทุก ๆ
3) ด้านจิตตะ พบว่า เมื่อผู้บังคับบัญชามอบหมายงานพร้อมลงมือปฏิบัติทันที ลดงานตกค้าง
4) ด้านวิมังสา พบว่า ตรวจสอบข้อบกพร่องและหาแนวทางการแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำอย่างสม่ำเสมอจำนวน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
สุกิจ มลสวัสดิ์. (2549). การปฏิบัติตามหลักอิทธิบาท 4 ในการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนพระบรมธาตุพิทักษ์วิทยา อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารพุทธสังคมวิทยาปริทรรศน์, 2(1), 1.
อุบลวรรณ ไชยเรนทร์ และ กันตภณ หนูทองแก้ว. (2563). การนำหลักอิทธิบาทธรรมไปใช้ในการปฏิบัติงานของบุคลากรที่ว่าการอำเภอชะอวด อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสังคมศาสตร์และมานุษยวิทยาเชิงพุทธ, 5(2), 66-67.
สภากาชาดไทย. (2564). นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสภากาชาดไทย. เรียกใช้เมื่อ 12 มีนาคม 2568 จาก https://redcross.or.th/trcs-pdpa/
__________. (2565). นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา. เมื่อ 12 มีนาคม 2568 จาก https://www.somdej.or.th/ th/privacypolicy/
พิชิต ตันติศักดิ์. (2548). บทบาทของอาสาสมัครปูองกันภัยฝุายพลเรือนเทศบาลนครเชียงใหม่. ใน การค้นคว้าแบบอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
สุรีย์พร แซ่เอี๊ยบ และพลพจน์ เชาว์วิวัฒน์. (2561). การเสริมสร้างพฤติกรรมเชิงจริยธรรมด้านจิตสาธารณะในสังคมไทยด้วยหลักสังคหวัตถุ4. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, 13(38),12.
ประทีป จินงี่. (2540). การวิเคราะห์พฤติกรรมและการปรับพฤติกรรม. กรุงเทพมหานคร: สถาบันวิจัยพฤติกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
นภารัตน์ อเนกบุณย์, พระครูกัลยาณสิทธิวัฒน์ และ สาระ มุขดี. (2560). การติดตามจิตอาสาที่ปฏิบัติต่อสังคมปัจจุบันอย่างยั่งยืน. วารสาร มจร มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์, 3(1), 21-22.