การบริหารงานบุคคลเพื่อให้มีความผูกพันต่อองค์กรตามหลัก พรหมวิหาร 4 ของพนักงานในเครือบริษัทอู่รุ่งเรืองบริการ 101 จำกัด

Main Article Content

อนุชิต ลีธนศักดิ์สกุล
พระครูกิตติวราทร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาการบริหารงานบุคคลเพื่อให้มีความผูกพันต่อองค์กรตามหลักพรหมวิหาร 4 ของพนักงานในเครือบริษัทอู่รุ่งเรืองบริการ 101 จำกัด 2) เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเพื่อให้มีความผูกพันต่อองค์กรตามหลักพรหมวิหาร 4 ของพนักงานในเครือบริษัทอู่รุ่งเรืองบริการ 101 จำกัด จำแนกตามเพศ อายุ ตำแหน่ง และประสบการณ์การทำงาน 3) เพื่อนำข้อเสนอแนะการบริหารงานบุคคลเพื่อให้มีความผูกพันต่อองค์กรตามหลักพรหมวิหาร 4 ของพนักงานในเครือบริษัทอู่รุ่งเรืองบริการ 101 จำกัด กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ พนักงานในเครือบริษัท อู่รุ่งเรืองบริการ 101 จำนวน 169 คน  เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่าห้าระดับ โดยมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.97 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ได้แก่ ค่าที ค่าความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์เนื้อหา


          ผลการวิจัยพบว่า


          1) การบริหารงานบุคคลเพื่อให้มีความผูกพันต่อองค์กรตามหลักพรหมวิหาร 4 ของพนักงานในเครือบริษัทอู่รุ่งเรืองบริการ 101 จำกัด โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านโดยเรียงจากด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด ได้แก่ ด้านเมตตา ด้านมุทิตา ด้านกรุณาและด้านอุเบกขาตามลำดับ ส่วนความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาโดยเรียงจากด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดไปหาน้อยที่สุด ได้แก่ ด้านความทุ่มเทและเสียสละให้กับงาน ด้านความรับผิดชอบต่องาน ด้านความเชื่อในคุณค่าของงาน ด้านการมีส่วนเกี่ยวข้องในงาน และด้านเวลาที่ให้กับงาน ตามลำดับ


          2) ผลการเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของพนักงานต่อการบริหารงานบุคคลเพื่อให้มีความผูกพันต่อองค์กรตามหลักพรหมวิหาร 4 จำแนกตาม ประสบการณ์ ตำแหน่ง โดยรวมและรายด้านไม่แตกต่างกัน ส่วนจำแนกตาม เพศ ด้านความเชื่อในคุณค่าของงาน และจำแนกตามอายุ ด้านเวลาที่ให้กับงาน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05


          3) ข้อเสนอแนะในการบริหารงานบุคคลเพื่อให้มีความผูกพันต่อองค์กรตามหลักพรหมวิหาร 4 พบว่า ผู้บริหารควรมีจิตเมตตาต่อพนักงานหรือทำให้พนักงานรักและเชื่อใจ ควรส่งเสริมการปฏิบัติงานของพนักงานให้ทำงานร่วมกันด้วยความซื่อสัตย์ พนักงานบริษัทมีการแสดงความรู้สึกที่ดีต่อกันในเวลาทำงาน ไม่ใส่ร้าย ไม่อิจฉา ไม่ทำให้เพื่อนร่วมงานเสื่อมเสีย ผู้บริหารหรือหัวหน้างานมีความเป็นกลาง ยึดหลักคุณธรรมในการบริหารงาน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

จินตนา บุญบงการ. (2557). สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10 ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.

ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2563). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS. (พิมพ์ครั้งที่ 15). กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอส. อาร์. พริ้นติ้ง แมสโปรดักส์ จำกัด. น.554-555.

ธวัชชัย สมอเนื้อ. (2565). การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในการท างานที่มีผลต่อพฤติกรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรในองค์กร. วารสาร มจร เลย ปริทัศน์, 3(1), 178-184

พลอยลลินน์ จันทร์มี. (2565). การสื่อสารภายในองค์กรและปัจจัยด้านความสุขในการปฏิบัติงานที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กรของพนักงานองค์กรเอกชน. ใน การค้นคว้าอิสระ วารสารศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการการสื่อสารองค์กร.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เพชรวิภา ช่างเก็บ. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความผูกพันองค์กรของพนักงานบริษัทเอกชน Generation Z ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร. ใน การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

สุนันทา เลาหนันทน์. (2556). การพัฒนาองค์การ. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: ดีดีบุ๊คสโตร์.

สิริพร สิทธิศิริ และคณะ. (2565). การบริหารงานตามหลักพรหมวิหาร 4 ของผู้บริหารกับประสิทธิผล การปฏิบัติงานของครูในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2. วารสาร มจร มนุษยศาสตร์ปริทรรศน์, 8(2), 215-232.

สุชลี สงวนตัด. (2566). ความผูกพันต่อองค์กรของบุคลากรสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร. วารสารวิทยาการจัดการปริทัศน์, 25(3), 182-195.

อนุดิษฐ์ ฐานไชยกร. (2562). ความผูกพันในองค์การ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 4(1), 32-46.

Griffin, R. W. (1999). Management. Boston MA: Houghton Mifflin Company.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W., (1970). Determining Sample Size for Research Activities. 7th Edition. New York: John Wiley & Sons.

Steers, M. R. (1977). Organizational Effectiveness: A Behavioral View. California: Goodyear Publishing.