แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายโรงเรียนเมืองสุรินทร์ 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เปรียบเทียบภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามตำแหน่ง และประสบการณ์ในการทำงานในการทำงาน และ 3) เสนอแนวทางพัฒนาภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายโรงเรียนเมืองสุรินทร์ 4 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 รูปแบบการวิจัยเป็นแบบผสมวิธีระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 159 คน และแบบสัมภาษณ์ โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 7 รูป/คน สถิติที่ใช้ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความถี่ การทดสอบค่าที การทดสอบค่าความแปรปรวนทางเดียว และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1) ภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายโรงเรียนเมืองสุรินทร์ 4 ภาพรวมพบว่าอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านผู้บริหารมีความรู้ความเข้าใจด้านการเป็นผู้ใช้งานดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว มีค่าสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการมีวิสัยทัศน์ ด้านความสามารถในการนำข้อมูลมาใช้ ด้านความเข้าใจ ในความรู้และทักษะ ความสามารถของคนในองค์กร และด้านการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบโลกยุคดิจิทัล ตามลำดับ
2) ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามตำแหน่ง มีความเห็นไม่แตกต่างกัน ส่วนการจำแนกตามประสบการณ์ในการทำงาน มีความเห็นแตกต่างกัน อย่างมีนัยยะสำคัญที่ระดับ 0.05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
3) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำในยุคดิจิทัลตามหลักทุติยปาปณิกสูตรของผู้บริหารสถานศึกษาเครือข่ายโรงเรียนเมืองสุรินทร์ 4 มี 5 ด้าน จำนวน 10 แนวทาง ประกอบด้วย 1) ด้านการมีวิสัยทัศน์ 2 แนวทาง โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนมีความรู้และความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะ ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในกระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ 2) ด้านผู้บริหารมีความรู้ความเข้าใจด้านการเป็นผู้ใช้งานดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว 2 แนวทาง โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนพัฒนาทักษะ ส่งเสริมสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้เทคโนโลยี 3) ด้านความสามารถในการนำข้อมูลมาใช้ 2 แนวทาง โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนนำข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์มาวางแผนและพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร 4) ด้านความเข้าใจในความรู้และทักษะ ความสามารถของคนในองค์กร 2 แนวทาง โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้นำและตัวอย่างในการใช้เทคโนโลยีด้วยความระมัดระวังโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และ 5) ด้านการสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้แบบโลกยุคดิจิทัล มี 2 แนวทาง โดยมีแนวทางสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารควรสร้างระบบเทคโนโลยีหรือโครงสร้างที่ทำให้การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นหลัก ทั้ง 5 ด้าน สามารถนำไปประยุกตใช้กับหลักทุติยปาปณิกสูตร อันประกอบด้วย จักขุมา วิธูโร และนิสสยสัมปันโน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
คณาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (2551). การปกครองคณะสงฆ์ไทย, กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
จิณณวัตร ปะโคทัง. (2562). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัล สำหรับผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ. อุบลราชธานี: โรงพิมพ์ศิริธรรมออฟเซ็ท.
จินตนา สวยขุนทด. (2567). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครราชสีมา. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 10(2),108.
ณัฏฐณิชา พรปทุมชัยกิจ. (2566). ภาวะผู้นำยุคดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ศรีสะเกษ ยโสธร, วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ, 4(6)50.
มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย. (2539). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.