การบริหารงานกิจการนักเรียนของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง

Main Article Content

ธวัชชัย คชา

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง 2. เพื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง จำแนกตาม ตำแหน่ง และประสบการณ์ในการทำงาน    3. เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ บุคลากรจากสถานศึกษาที่สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง จำนวนทั้งสิ้น 356 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) โดยอ้างอิงตามตารางของเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie & Morgan) เครื่องมือในการเก็บข้อมูลประกอบด้วย แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง (Semi-Structured Interview) ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาด้วยค่า IOC อยู่ในช่วงระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามอยู่ที่ 0.80


ผลการวิจัย


  1. ระดับการบริหารงานกิจการนักเรียนโดยภาพรวม อยู่ในระดับ "มาก" และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าทุกด้านอยู่ในระดับเดียวกัน ได้แก่ การส่งเสริมคุณธรรมและวินัย ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การประเมินผลกิจกรรม และการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอื่น ๆ

  2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของบุคลากร เมื่อพิจารณาจำแนกตาม ตำแหน่งหน้าที่ พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ในหลายด้าน เช่น การส่งเสริมวินัยและคุณธรรม การดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และการประเมินผลกิจการนักเรียน ส่วนด้านอื่นไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับการจำแนกตามประสบการณ์ทำงาน ทั้งในระดับภาพรวมและรายด้าน ไม่พบความแตกต่างทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ

  3. แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียน ที่ได้รับจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ การวางแผน ควรจัดทำแผนงานที่ชัดเจนและสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องได้รับทราบทั่วถึง การจัดกิจกรรม จำเป็นต้องมีระบบติดตาม ตรวจสอบคุณภาพ และนำผลการประเมินมาใช้ปรับปรุงต่อเนื่อง การส่งเสริมคุณธรรมและวินัยนักเรียน ควรมีแนวทางที่ชัดเจน มีความต่อเนื่อง และสามารถวัดผลได้ ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ควรดำเนินการเชิงระบบ เริ่มตั้งแต่การคัดกรอง ไปจนถึงการวางแผนช่วยเหลือเป็นรายบุคคล การส่งเสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน จำเป็นต้องมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน พร้อมทั้งมีระบบกำกับ ติดตาม และเผยแพร่ข้อมูล การประเมินผลการดำเนินงาน ควรใช้ข้อมูลที่ได้มาจัดทำรายงานเพื่อใช้ในการวางแผนปรับปรุงในรอบถัดไปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

พัชราภรณ์ ไผ่ล้อมทำเล. (2563). การบริหารกิจการนักเรียนของโรงเรียนวัดนิมมานรดี. วารสารบัณฑิตศึกษา มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 5(2), 28-40.

ลลิตา นพรัตน์เขต. (2567). “แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1”. วารสารวิชาการการจัดการภาครัฐและเอกชน, 6 (1), 279-93.

บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสุวีริยาสาส์น จำกัด.

__________. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสุวีริยาสาส์น จำกัด.

สถาพร สังข์ขาวสุทธิรักษ์. (2560). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรในโรงเรียน สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี. ใน สารนิพนธ์สาขาการบริหารสถานศึกษา. คณะบริหารสถานศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.

สุภาศินีย์ ภูทัดดวง. (2566). “แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาส

สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3: แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาส สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 3”. วารสารวิชาการบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 1 (2), 21-34.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง. (2567). สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง. เรียกใช้เมื่อ 31 ตุลาคม 2567 จาก https://www. bing.com/search?q=สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี&gs_lcrp =EgRlZGdlKgYIABBFGDkyBggAE

อมราวดี พงษ์เจริญ. (2567). “ปัญหาการบริหารงานกิจการนักเรียนของโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 2”. วารสารการบริหารการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษา, 2 (2), 28-38.

Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). “Determining sample size for research activities”. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-6