การบริหารงานงบประมาณของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาการบริหารงานงบประมาณของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร 2. เพื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของผู้บริหารและครูต่อการบริหารงานงบประมาณของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร จำแนกตามตำแหน่ง ประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดของสถานศึกษา 3. เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานงบประมาณของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารและครูในโรงเรียนมัธยมศึกษาที่อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) จำนวนทั้งสิ้น 324 ราย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบด้วยแบบสอบถามระดับประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือซึ่งมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 และค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามอยู่ที่ 0.83 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมถึงสถิติเชิงอนุมาน เช่น การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ่
ผลการศึกษาพบว่า
- ผู้บริหารสถานศึกษามีการดำเนินการบริหารงบประมาณอยู่ในระดับมาก และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านอยู่ในระดับมาก เช่นกัน
- การวิเคราะห์ผลจำแนกตามตำแหน่ง พบว่าความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ทั้งในภาพรวมและในรายด้าน ส่วนการจำแนกตามประสบการณ์การทำงาน พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในภาพรวม และเฉพาะในด้านการบริหารบัญชีเท่านั้น สำหรับขนาดของสถานศึกษา ไม่พบความแตกต่างทั้งในภาพรวมและรายด้าน
- ข้อเสนอแนะแนวทางการบริหารงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การจัดทำทะเบียนคุมงบประมาณและเงินนอกงบประมาณให้เป็นระบบ มีการวางแผนการเบิกจ่ายที่ชัดเจน และควบคุมการเงินให้มีความโปร่งใส ในด้านบัญชี ควรมีการแสดงสถานะทางการเงินและทรัพย์สินอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้ ผ่านการบันทึกบัญชีและใช้ระบบสารสนเทศที่ได้มาตรฐาน ส่วนการบริหารพัสดุและทรัพย์สิน ควรมีการจัดทำข้อมูลสินทรัพย์ที่ทันสมัย สอดคล้องกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง และมีระบบบัญชีพัสดุที่ถูกต้องครบถ้วน สุดท้าย ด้านการตรวจสอบติดตามและประเมินผล ควรมีแผนการตรวจสอบชัดเจน มีการติดตามผลการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์ความคุ้มค่าของการใช้งบประมาณอย่างเป็นระบบ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
ชลพงษ์ ทองอุดม (2566). “แนวทางการบริหารงานงบประมาณของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 3 ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. วารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 9(2), 55-82.
ปวีณา พานิช. (2560). “การเปรียบเทียบการบริหารงานงบประมาณของผู้บริหารสถานศึกษาตามตำแหน่ง: กรณีศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา”. วารสารการ ศึกษาศาสตร์, 30(3), 101-115.
มิ่งขวัญ อินต๊ะพิงค์. (2567). “การบริหารงานงบประมาณในยุคดิจิทัลของสถานศึกษากลุ่ม การศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนักบริหารงาน การศึกษาพิเศษ จังหวัด”. วารสาร มจร.อุบลปริทรรศน์, 9(1).
วิสุนีย์ ปัญญาดง. (2566). “การส่งเสริมการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารงานงบประมาณของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 22 จังหวัดแม่ฮ่องสอน”. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย,5(4), 909-205.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสกลนคร. (2567). สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาสกลนคร. เรียกใช้เมื่อ 31 ตุลาคม 2567 จาก https://www.sesaosakon. go.th/web2023/
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). “Determining sample size for research activities”. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-610.