การบริหารการนิเทศภายในของโรงเรียนสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1. เพื่อศึกษาการบริหารการนิเทศภายในของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 2. เพื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของบุคลากรต่อการบริหารการนิเทศภายในของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 จำแนกตาม ตำแหน่งประสบการณ์ในการทำงาน และขนาดสถานศึกษา 3. เพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาการบริหารการนิเทศภายในของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 โดยกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย บุคลากรในโรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าว จำนวนทั้งสิ้น 304 คน ซึ่งได้มาจากการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามตารางของ Krejcie & Morgan และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น (Stratified Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง โดยผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาด้วยค่า IOC ระหว่าง 0.80 - 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) เท่ากับ 0.82 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา (ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ t-test, ANOVA และการเปรียบเทียบรายคู่ด้วยวิธีของเชฟเฟ่ (Scheffé Method)
ผลการวิจัยพบว่า
- การบริหารการนิเทศภายในของโรงเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับ มาก และเมื่อแยกเป็นรายด้านพบว่า ทุกด้านก็ยังอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน
- เมื่อพิจารณาความคิดเห็นเกี่ยวกับการนิเทศภายในตามตำแหน่งหน้าที่และขนาดของโรงเรียน พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
- เมื่อนำประสบการณ์การทำงานมาเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบความคิดเห็น พบว่าไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญในภาพรวมและทุกรายด้าน
- แนวทางในการพัฒนาการบริหารงานนิเทศภายใน ควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ความต้องการ เปิดโอกาสให้ครูและบุคลากรทั้งในและนอกสถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดเป้าหมาย และใช้ผลประเมินหลายรูปแบบในการวางแนวทางนิเทศ การวางแผน จัดทำแผนนิเทศที่มีความชัดเจนในขั้นตอน ขอบเขต และบทบาทหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้อง การดำเนินการ ควรปฏิบัติงานตามแผนอย่างเป็นระบบและมีความต่อเนื่อง พร้อมการควบคุมและติดตามผลอย่างเคร่งครัด การประเมินผลและปรับปรุง ผลจากการนิเทศควรถูกถ่ายทอดสู่ครูอย่างชัดเจน พร้อมนำข้อมูลมาใช้ปรับแผนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ คณะกรรมการนิเทศควรให้ความสำคัญกับการพิจารณาแผนการสอน ติดตามผล และเสนอแนะการปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
นันทรัตน์ คงคะชาติ. (2564). การศึกษาสภาพการนิเทศภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1. วารสารการบริหารการศึกษาและนวัตกรรมการศึกษา, 1(1), 17–32.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสุวีริยาสาส์น จำกัด.
__________. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพมหานคร: บริษัทสุวีริยาสาส์น จำกัด.
ปฏิพัทธ์ น้อมสูงเนิน. (2564). “สภาพและปัญหาการนิเทศภายในของสถานศึกษาในอำเภอบุณฑริกสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5”. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 5 (1), 90-102.
ยุทธศักดิ์ หาดเคลือบ. (2564). “รูปแบบการนิเทศภายในของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1”. Journal of Modern Learning Development, 6(4), 105-118.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2559). นโยบายและยุทธศาสตร์ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศสมาชิกองค์กรระดับนานาชาติ. กรุงเทพมหานคร: กลุ่มพัฒนาวิชาการระหว่างประเทศ ศูนย์พัฒนาการศึกษาระหว่าง ประเทศ.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1. (2567). แผนปฏิบัติการประจำปี 2567. สระบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1.
อาภาภรณ์ ก้อนสี. (2564). “ความพึงพอใจของครูที่มีต่อการนิเทศภายในของโรงเรียนในสหวิทยาเขตรัชโยธิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 2”. Journal of Roi Kaensarn Academi. 6 (4):138-49.
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). “Determining sample size for research activities”. Educational and psychological measurement, 30(3), 607-610