แนวทางทางกฎหมายในการกำหนดโทษ สำหรับการเสพสารสกัดจากกัญชา: การศึกษาวิเคราะห์ตามหลักนิติศาสตร์และนโยบายยาเสพติดสากล

Main Article Content

บัณฑิต ขวาโยธา
อุษณีย์ ตันสูงเนิน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดทางนิติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดโทษสำหรับผู้เสพสารสกัดจากกัญชา 2) วิเคราะห์บทบัญญัติกฎหมายปัจจุบันของประเทศไทยที่ใช้ควบคุมการเสพสารสกัดจากกัญชา 3) เปรียบเทียบมาตรการทางกฎหมายของต่างประเทศที่สะท้อนแนวโน้มในการลดทอนความผิดอาญาจากการเสพกัญชา และ 4) เสนอแนวทางการปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและนโยบายยาเสพติดระดับโลก


          การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการวิเคราะห์เนื้อหาและการวิจัยเอกสาร มุ่งเน้นการตีความกฎหมาย การเปรียบเทียบระบบกฎหมาย และการวิเคราะห์แนวคิดนิติศาสตร์ร่วมสมัย


          ผลการวิจัยพบว่า


          1) แนวคิดนิติศาสตร์ร่วมสมัย เช่น หลักความได้สัดส่วนและ Ultima Ratio ไม่สนับสนุนการใช้โทษอาญากับผู้เสพที่ไม่ก่ออันตรายต่อผู้อื่น และมองว่าผู้เสพควรได้รับการดูแลมากกว่าถูกลงโทษทางอาญา


          2) กฎหมายไทยแม้ปลดล็อกพืชกัญชาแล้ว แต่ยังถือว่าการเสพสารสกัดที่มีปริมาณสารเตตระไฮโดรแคนนาบินอล (THC) เกินร้อยละ 0.2 เป็นความผิดอาญา ซึ่งสร้างภาระเกินความจำเป็นแก่กระบวนการยุติธรรม


          3) ประเทศต่าง ๆ เช่น โปรตุเกส แคนาดา และอุรุกวัย ใช้มาตรการทางปกครองและสาธารณสุขแทนโทษอาญา ช่วยลดคดีและเพิ่มการเข้าถึงการบำบัด


          4) เสนอให้ไทยยกเลิกโทษอาญาสำหรับผู้เสพกัญชา และใช้บทปรับเป็นพินัยแทน พร้อมกำหนดนิยามสารสกัดกัญชาให้ชัดเจน และสร้างกลไกฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพตามแนวทางสิทธิมนุษยชนสากล.


          โดยสรุป การเปรียบเทียบต่างประเทศสะท้อนแนวโน้มลดทอนโทษด้วยมาตรการสาธารณสุข งานวิจัยนี้จึงเสนอให้ไทยเปลี่ยนจากโทษอาญาเป็นโทษปกครองในการเสพสารสกัดจากกัญชา เพื่อให้กฎหมายชัดเจน ยุติธรรม และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรม

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2567). ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้กัญชาทาง การแพทย์. เรียกใช้เมื่อ 5 มีนาคม 2567 จาก https://dmsic.moph.go.th/index/detail/9541

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.). (2565). Cannabis policy in Thailand: Legal framework and future directions. Retrieved on March 5, 2024 from https://www.oncb.go.th

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน. (ไม่ปรากฏปี). Legal update: Cannabis policy in Canada. Retrieved on March 5, 2024 from https://ombstudies.ombudsman.go.th

พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 [Narcotics Act, B.E. 2522 (1979)].

ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 [Narcotics Code, B.E. 2564 (2021)].

พระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 [Administrative Fine Act, B.E. 2565 (2022)]. มีนาคม 2567 จาก https://www.fda.moph.go.th

CADS. (n.d.). Uruguay’s legal framework on cannabis. Retrieved on March 5, 2024 from https://www.cads.in.th

Jelsma, M. (2010). Drug law reform in practice: Lessons from countries that decriminalized drug use. Transnational Institute.

Lachenmeier, D. W., & Rehm, J. (2015). Comparative risk assessment of alcohol, tobacco, cannabis, and other illicit drugs using the margin of exposure approach. Scientific Reports, 5, 8126.

MacCoun, R. J., & Reuter, P. (2001). Drug war heresies: Learning from other vices, times, and places. Cambridge University Press.

Reichel, P. L. (2013). Comparative criminal justice systems (6th ed.). Pearson Education.

Room, R., Fischer, B., Hall, W., Lenton, S., & Reuter, P. (2010). Cannabis policy: Moving beyond stalemate. Oxford University Press.

United Nations Office on Drugs and Crime. (2021). World drug report 2021. Retrieved on March 5, 2024 from https://www.unodc.org/unodc/en/data-and-analysis/wdr2021.html