รูปแบบการพัฒนากระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์สำหรับนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

Main Article Content

ประดิษฐ์ วงศ์สุวรรณ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและปัญหาในการปลูกฝังกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ และเพื่อพัฒนารูปแบบการส่งเสริมกระบวนการคิดดังกล่าวให้กับนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต สาขาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ โดยดำเนินการวิจัยใน 3 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษาสภาพและปัญหาโดยใช้แบบสอบถามกับนักศึกษาและคณาจารย์ จำนวน 334 คน (2) ศึกษาพฤติกรรมการคิดทางคณิตศาสตร์ผ่านกิจกรรมค่ายในสถานศึกษา 5 แห่ง โดยใช้แบบสังเกตเป็นเครื่องมือหลัก และ (3) พัฒนารูปแบบการส่งเสริมกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ โดยอาศัยความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 16 คน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาจากการสัมภาษณ์ สนทนากลุ่ม และการสังเกต


          ผลการวิจัยพบว่า


          1) สภาพปัญหาการปลูกฝังกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์อยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย 3.29) โดยด้านที่มีคะแนนสูงสุดคือการเรียนรู้แบบร่วมมือ (ค่าเฉลี่ย 4.34) และต่ำสุดคือการเสริมแรง (ค่าเฉลี่ย 2.42)


          2) จากการสังเกตพฤติกรรมในกิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์ พบว่านักศึกษาสามารถดำเนินกิจกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับคำชื่นชมจากโรงเรียนเป้าหมาย แต่ยังขาดความตระหนักรู้ว่าตนเองกำลังใช้กระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ ส่งผลให้คณาจารย์ต้องเน้นการบรรยายความรู้เรื่องกระบวนการคิดมากขึ้นก่อนจัดการเรียนการสอน


          3) รูปแบบการส่งเสริมกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ที่พัฒนาขึ้น มีผู้เกี่ยวข้องหลัก ได้แก่ คณาจารย์ในสาขาคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์ และนักศึกษา โดยบทบาทของคณาจารย์แบ่งเป็น 3 ขั้น คือ ขั้นนำ (อธิบายกระบวนการคิด), ขั้นสอน (บูรณาการกระบวนการคิดกับเนื้อหา), และขั้นสรุป (ชี้ให้เห็นการประยุกต์ใช้กระบวนการคิด) ส่วนคณะครุศาสตร์สนับสนุนตามหลัก 4M ได้แก่ MAN (การพัฒนาบุคลากร), MONEY (งบประมาณ), MATERIAL (อุปกรณ์การเรียนรู้), และ MANAGEMENT (การบริหารจัดการ) นักศึกษาจะได้รับการฝึกฝนกระบวนการคิดผ่านกิจกรรมค่ายฯ โดยต้องมีความเข้าใจขั้นตอนของกระบวนการคิดที่ใช้จริงในการจัดกิจกรรม ซึ่งจะได้รับคำอธิบายจากคณาจารย์ก่อนลงมือปฏิบัติจริง

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2566). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2566–2580. กรุงเทพมหานคร:สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2562). เล่ม 136 ตอนที่ 57 ก ราชกิจจานุเบกษา หน้า 49 (1 พฤษภาคม 2562).

นิภา แสงอุดม. (2564). ผลของการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค STAD ที่มีต่อการ คิดวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ของนักศึกษาครู. วารสารวิชาการครุศาสตร์, 19(2), 45– 60.

ปัญญา ถนอมรอด. (2560). การพัฒนาทักษะกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ของนักศึกษาครู โดยใช้กิจกรรมโครงงาน. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 25(3), 121–135.

สมพร อ่อนสำอางค์. (2562). การใช้กิจกรรมค่ายคณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาใน ระดับอุดมศึกษา. วารสารการเรียนรู้และการสอน, 17(1), 73–89.

Bruner, J. S. (1978). The role of dialogue in language acquisition. In A. Sinclair, R. J. Jarvelle, & W. J. M. Levelt (Eds.), The child's conception of language (pp. 241–256). Springer.

Kolb, D. A. (1984). Experiential learning: Experience as the source of learning and

development. Prentice-Hall.

Krulik, S., & Rudnick, J. A. (1996). The new sourcebook for teaching reasoning and problem solving in elementary schools. Allyn and Bacon.

National Council of Teachers of Mathematics. (2000). Principles and standards for school mathematics. NCTM.

Piaget, J. (1973). To understand is to invent: The future of education. Grossman.

Polya, G. (1957). How to solve it: A new aspect of mathematical method (2nd ed.). Princeton University Press.

Schoenfeld, A. H. (1985). Mathematical problem solving. Academic Press.

Skinner, B. F. (1953). Science and human behavior. Macmillan.

Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.