ผลการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบอรรถฐานที่มีต่อความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ราชบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อนและหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบอรรถฐาน 2) เปรียบเทียบความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบอรรถฐานกับเกณฑ์ร้อยละ 75 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบอรรถฐาน
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังเรียน กลุ่มประชากรคือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนเอกชนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จังหวัดราชบุรี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1,173 คน จาก 9 โรงเรียน 35 ห้องเรียน กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนดรุณาราชบุรี จำนวน 1 ห้องเรียน รวม 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบอรรถฐาน จำนวน 10 แผน รวม 20 ชั่วโมง 2) แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษ จำนวน 30 ข้อ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบอรรถฐาน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ ค่าที
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความสามารถในการอ่านและเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ความสามารถในการอ่านและเขียนของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสอนแบบอรรถฐานอยู่ในระดับมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
จุฬารัตน์ แสงอรุณ และคณะ. (2560). การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษด้วยแนวคิด Genre-Based Approach ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารวิจัยทางการ ศึกษา, 10(3), 25–36.
ธัญญ์พิชชา วัชรพรธนารัตน์ และ สมบูรณ์ เจตน์จำลอง. (2561). การวิเคราะห์ความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารวิชาการ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 13(2), 45–58.
ศุภวรรณ สัจจพิบูล. (2553). ภาษาศาสตร์เชิงระบบหน้าที่กับการเรียนรู้ภาษาในบริบท. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สินีนาฏ มีศรี. (2559). การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะการเขียนภาษาอังกฤษตามแนวคิด GBA สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6. ใน วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.
เสาวลักษณ์ รัตนวิชช์. (2550). แนวทางการวิเคราะห์โครงสร้างภาษาในงานเขียนภาษาอังกฤษ. วารสารภาษาศาสตร์ศึกษา, 5(1), 15–28.
สุดารัตน์ ทองเภ้า และคณะ. (2560). การส่งเสริมความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาด้วยกิจกรรมฝึกเขียนแบบมีโครงสร้าง. วารสารวิจัยการศึกษา, 10(2), 55–66.
อาทิตย์ เพชรี และ สรณบดินทร์ ประสารทรัพย์. (2563). ปัญหาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนมัธยมศึกษา. วารสารครุศาสตร์ศึกษา, 18(1), 112–124.
Best, J. W. (1977). Research in education (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Christie, F. (1987). Language and schooling. In I. Reid (Ed.), The place of genre in learning: Current debates (pp. 22–37). Geelong, Victoria: Deakin University Press.
Halliday, M. A. K. (1994). An Introduction to Functional Grammar (2nd ed.). London: Edward Arnold.
Hammond, J., Burns, A., Joyce, H., Brosnan, D., & Gerot, L. (1992). English for Social Purposes: A Handbook for Teachers of Adult Literacy. Sydney: NCELTR.
Lingua Language Center. (2023). Most spoken languages in the world in 2023. Retrieved from https://www.lingua.edu/most-spoken-languages
McMillan, J. H., & Schumacher, S. (2001). Research in education: A conceptual introduction (5th ed.). New York: Longman.