การศึกษาระยะเวลาประสิทธิภาพของ Bluestar ในการตรวจหาคราบเลือดที่ถูกทำความสะอาดและปกปิดด้วยสีบนพื้นผิวที่แตกต่างกัน

Main Article Content

สุธิดา วงษ์ทิ
วีรชัย พุทธวงศ์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบระดับความเข้มของการเรืองแสงจากการตรวจหาคราบเลือดบนพื้นผิวต่างชนิด ได้แก่ อิฐมอญ แผ่นไม้ และอลูมิเนียม และ 2) ศึกษาผลของวิธีการทำความสะอาดคราบเลือด ได้แก่ การใช้น้ำเปล่า สบู่ ผงซักฟอก และน้ำยาล้างห้องน้ำ ก่อนถูกปกปิดด้วยสีของแต่ละพื้นผิวต่อความสามารถในการตรวจหา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือพื้นผิวที่ถูกหยดเลือดมนุษย์จำนวน 1.00 มิลลิลิตร จากนั้นทำความสะอาด ทาสีทับ และปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา 10, 20 และ 30 วัน ก่อนทำการตรวจวัดด้วยสารเคมี Bluestar และ Luminol ในห้องมืดสนิท โดยใช้กล้องถ่ายภาพดิจิทัล โปรแกรม Adobe Photoshop และ MATLAB วิเคราะห์ระดับความเข้มของแสงเรืองแสงในรูปแบบ RGB ใช้สถิติเชิงพรรณนา การเปรียบเทียบค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างกลุ่มตัวแปร


          ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ที่ 1 พบว่า พื้นผิวอิฐมอญให้ระดับความเข้มของแสงเรืองแสงสูงที่สุด รองลงมาคือแผ่นไม้ และอลูมิเนียมตามลำดับ โดย Bluestar ให้ผลการตรวจพบที่ชัดเจนกว่าสารเคมี Luminol ในทุกชนิดของพื้นผิว โดยเฉพาะเมื่อพื้นผิวมีลักษณะรูพรุน สำหรับวัตถุประสงค์ที่ 2 พบว่า วิธีทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าให้ผลการเรืองแสงดีที่สุด ในขณะที่การใช้น้ำยาล้างห้องน้ำลดประสิทธิภาพของการตรวจพบอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบนพื้นผิวอลูมิเนียมที่ทิ้งไว้ 30 วัน Luminol ไม่สามารถให้ผลเรืองแสงที่ชัดเจนได้ ขณะที่ Bluestar ยังคงสามารถตรวจพบคราบเลือดได้ในระดับที่สูงกว่า


          ข้อค้นพบจากการวิจัยนี้สนับสนุนการเลือกใช้ Bluestar ในการตรวจหาคราบเลือด   ที่ถูกทำความสะอาดและปกปิดด้วยสี โดยเฉพาะในกรณีที่พื้นผิวมีลักษณะรูพรุนหรือมีข้อจำกัดด้านเวลาในการตรวจสอบ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความสำคัญของการควบคุมกระบวนการทำความสะอาดและการเลือกชนิดสารเคมีให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้การตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ในสถานที่เกิดเหตุมีความแม่นยำและเชื่อถือได้ยิ่งขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ. (2566). รายงานสถานการณ์อาชญากรรมประจำปี พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ.

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. (2565). ยุทธศาสตร์การวิจัยแห่งชาติด้านนิติวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2565–2570. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.

สุชานาถ จงดีไพบูลย์. (2557). สถิติสำหรับการวิจัยทางการศึกษาและพฤติกรรมศาสตร์. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Barni, F., Berti, A., Polesello, S., & Lago, G. (2007). Further studies on the effects of Bluestar® Forensic on presumptive blood tests and DNA analysis. Forensic Science International, 168(2–3), 232–239.

Brenzini, V., & Pathak, R. (2018). A comparison study of the detection of bloodstains on painted and cleaned surfaces with luminol. Forensic Science International, 289, 75–82.

Cox, M. (1991). A study of the sensitivity and specificity of four presumptive tests for blood. Journal of Forensic Sciences, 36(5), 1503–1511.

de Almeida, C. L. S., & de Carvalho, R. A. (2018). Detection of cleaned bloodstains using luminol and Bluestar® forensic. Forensic Science International, 289, 56–60.

Dilbeck, L. (2006). A comparative analysis of Bluestar® Forensic and traditional luminol in blood detection. Journal of Forensic Identification, 56(3), 330–340.

Krane, D. E., Ford, S., Gilder, J. R., Inman, K., Jamieson, A., Koppl, R., Rudin, N., Taylor, M. S., & Thompson, W. C. (2008). Sequential unmasking: A means of minimizing observer effects in forensic science casework. Journal of Forensic Sciences, 53(4), 1006–1007.

Krishna, D. S., & Samuel, S. (2021). Development of blood detection using luminol test in crime scene investigation. International Journal of Forensic Sciences, 6(2), 87–91.

Leekitwatana, P. (2022). Educational research methodology (12th ed.). Meen Service Supply.

Roux, C., Crispino, F., & Ribaux, O. (2012). From forensics to forensic science. Current Issues in Criminal Justice, 24(1), 7–24.

Tobe, S. S., Watson, N., & Daéid, N. N. (2007). Evaluation of six presumptive tests for blood, their specificity, sensitivity, and effect on high molecular-weight DNA. Forensic Science International, 172(2–3), 144–152.