ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในประเทศไทย

Main Article Content

สมประสงค์ กลิ่นจันทร์
จักรวาล สุขไมตรี

บทคัดย่อ

การขยายตัวของประชาชนย้ายถิ่นฐานสู่ท้องถิ่น ทำให้จำนวนขยะมูลฝอยที่เพิ่มมากขึ้นในท้องถิ่น จึงทำให้ต้องศึกษาปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย ปัญหาหลัก ๆ ได้แก่ การจัดการที่ไม่ถูกต้องซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน เช่น การเกิดไฟไหม้บ่อขยะในพื้นที่ต่าง ๆ รวมถึงความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสร้างความร่วมมือกับชุมชนเพื่อให้การจัดการขยะมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีแผนแม่บทการจัดการขยะของประเทศที่ถูกกำหนดขึ้นเช่นกัน


ปัญหาขยะไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจและสาธารณสุขในระยะยาวอีกด้วย จากสถิติโดยกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในปี 2564 ประเทศไทยมีปริมาณขยะมูลฝอยมากถึง 24.98 ล้านตัน หากเทียบกับจำนวนประชากรไทยทั้งสิ้น 69.8 ล้านคน นั่นเท่ากับว่า คนไทย 1 คนได้สร้างขยะ 360 กิโลกรัมต่อปี จำนวนปริมาณขยะที่มหาศาลนี้สะท้อนถึงแนวโน้มการอุปโภคที่สูงในทุกภาคส่วน และหากมีการจัดการขยะที่ไม่ดีพอก็อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คนในสังคม


แนวทางการบริหารจัดการขยะมูลฝอยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยนั้นมีหลายแนวทาง ซึ่งรวมถึงการจัดการ ณ แหล่งกำเนิด การเก็บรวบรวม และการขนส่ง   โดยมีการนำแนวทาง 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) มาประยุกต์ใช้ รวมถึงการสร้างเครือข่ายในชุมชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้การจัดการขยะมีประสิทธิภาพและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

Article Details

ประเภทบทความ
บทความ

เอกสารอ้างอิง

การเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย ของเทคโนโลยีการแปรรูปขยะมูลฝอยให้เป็นพลังงาน. (2558). เรียกใชเมื่อ 13 มกราคม 2568 จาก https://reo13.mnre.go.th/attachment/iu/ download.php?WP=qUIcnKt1pQMgZKqCGWOghJstqTgcWatjpQMgZap0GQ WgG2rDqYyc4Uux

กรมควบคุมมลพิษ. (2566). คู่มือสำหรบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรื่อง แนวทางการบริหารจัดการและพิจารณาคัดเลือกรูปแบบเทคโนโลยีการจัดการขยะที่เหมาะสมเบื้องต้น. เรียกใชเมื่อ 13 มกราคม 2568 จาก chrome-extension://efaidnbmnnnib pcajpcglclefindmkaj/https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/2020/0 5/pcdnew-2020-05-24_04-54-59_143439.pdf

กรมควบคุมมลพิษ. (2566). แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565-2570). เรียกใชเมื่อ 13 มกราคม 2568 จาก https://www.pcd.go.th/wp-Conte nt/uploads/2024/05/pcdnew-2024-05-09_07-53-50_682275.pdf

กรมควบคุมมลพิษ. (2566). รายงานสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2566. เรียกใชเมื่อ13 มกราคม 2568 จาก https://www.pcd.go.th/wp-content/uploads/ 2024/05/ pcdnew-2024-05-09_07-53-50_682275.pdf

เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากขยะ. (2565). เทคโนโลยีการผลิตพลังงานจากขยะ. เรียกใชเมื่อ 13 มกราคม 2568 จาก https://erdi.cmu.ac.th/?p=157

Atthakorn, S. ., Kenaphoom, S. ., Pimratch, S. ., Pawala, T. ., Rasri, W. ., Srisupak, R. ., Ieamvijarn, S. ., Aeksapang, J. ., Thammapat, P. ., &

Srisawangwong, P. . (2022). Rajabhat Village According to the Kings Philosophy for Developing the Sustainable: Prosperity Distribution and Livable Town for Economy, Social and Environmental Development: Phase I. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 2(3), 93–120. https://doi.org/10.14 456/iarj .2022.27

Dongpakdeeram, . K. ., & Phosing, P. . (2022). Development Guidelines of Solid Waste Management in Local Government. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 2(6), 723–732. https://doi.org/10.14456/iarj.2022. 173

Kumthanom, K., Chamthong , K. ., & Suthawan, J. . (2024). Solid Waste Management Operations of the Lum Sum Subdistrict Administrative Organization, Kanchanaburi Province . Interdisciplinary Academic and Research Journal, 4(1), 671–686. https://doi.org/10.60027/iarj.2024.273 526

Rasri, W., Chaipranop, N. ., Bhutwanakul, B. ., Jongwuttiwes, N., Lawong, A. ., Khumsing, K. ., &

Suwannasri, P. . (2023). Development of a Sustainable Community Environmental Management Model by Using the Process Engage Educational Institutions and Communities. International Journal of Sociologies and Anthropologies Science Reviews, 3(4), 313–320. https://doi.org/10.60027/ijsasr.2023.3241

Satitmannaitham, B. (2023). A Participatory Management Appoach to Sustainable Waste Management. Interdisciplinary Academic and Research Journal, 3(6), 269–286. https://doi.org/10.60027/ iarj.2023.271 450