วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ <p><em>เป็นวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์บทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ และบทวิจารณ์หนังสือ แบบออนไลน์ ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากลคำนึงถึงจริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการอย่างเคร่งคัด เปิดรับบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์วารสารปีละ 2 ฉบับ โดยทีมงานกองบรรณาธิการคุณภาพ</em></p> <p><strong>Focus and Scope (วัตถุประสงค์และขอบเขตการตีพิมพ์)</strong></p> <p><em><span style="font-weight: 400;">วารสารฯ มีนโยบายการตีพิมพ์บทความวิจัยหรือบทความวิชาการ ที่มีคุณภาพสูงและมีมาตรฐานสากล โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ คณาจารย์ นักศึกษา นักวิชาการ และนักวิจัยทั้งในและนอกองค์กร<br />สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์<br /></span></em></p> <p><strong>Peer Review Process (กระบวนการพิจารณาบทความ)</strong></p> <p><em><span style="font-weight: 400;">บทความจะพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ อย่างน้อย 3 ท่าน ในลักษณะปกปิดรายชื่อ (Double blind peer-reviewed) </span></em></p> <p><strong>Types of articles (ประเภทของบทความ) </strong></p> <p><em><span style="font-weight: 400;">บทความวิจัย (research article) บทความวิชาการ (academic article) บทความปริทัศน์ (review aritcle) บทวิจารณ์หน้งสือ (book review)</span></em></p> <p><strong>Language (ภาษาที่รับตีพิมพ์)</strong></p> <ul> <li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><em><span style="font-weight: 400;">ภาษาไทย</span></em></li> </ul> <ul> <li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><em><span style="font-weight: 400;">ภาษาอังกฤษ</span></em></li> </ul> <p><strong style="font-size: 0.875rem;">Publication Frequency (กำหนดออก)</strong></p> <p><em><span style="font-weight: 400;">วารสารตีพิมพ์ 2 ฉบับต่อปี</span></em></p> <ul> <li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><em><span style="font-weight: 400;">ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน</span></em></li> </ul> <ul> <li style="font-weight: 400;" aria-level="1"><em><span style="font-weight: 400;">ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม</span></em></li> </ul> <p><strong style="font-size: 0.875rem;">ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong></p> <p><em>ยังไม่มีค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์</em></p> <p><strong style="font-size: 0.875rem;">Publisher (เจ้าของวารสาร)</strong></p> <ul> <li style="font-weight: 400;" aria-level="1">สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ บริษัท เอชอาร์ดีไอ จำกัด (Human Resource Development Institute, HRDI Co., Ltd.)</li> </ul> สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์(บริษัท เอชอาร์ดีไอจำกัด)) th-TH วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ 3027-6985 สภาพการบริหารจัดการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตามการรับรู้ของบุคลากร หลังการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/3662 <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการบริหารจัดการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 2) วิเคราะห์ปัญหาและอุปสรรคการบริหารจัดการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ 3) เสนอแนวทางการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ประชากรในการศึกษา คือ ข้าราชการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนภารกิจ ทั้งหมด 13 แห่ง จำนวน 71 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา</p> <p> ผลการศึกษา พบว่า 1) องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ได้กำหนดแผนอัตรากำลังบุคลากรโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในระยะเวลา 3 ปี โดยจัดโครงสร้างออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มงานบริหารสาธารณสุข กลุ่มงานส่งเสริมป้องกันควบคุมโรค และกลุ่มงานเวชปฏิบัติ มีการสรรหาบุคลากรโดยการรับโอนรับย้ายและสอบแข่งขัน มีการพัฒนาบุคลากรด้วยการส่งฝึกอบรมและศึกษาต่อ การเสริมสร้างแรงจูงใจโดยการปรับปรุงกรอบตำแหน่งงานให้สูงขึ้นและจัดสรรโบนัสตามเกณฑ์ประเมิน 2) ปัญหาและอุปสรรคในการบริหารจัดการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ได้แก่ การขาดแคลนบุคลากรด้านการเงินและบัญชีและเจ้าหน้าที่พัสดุ ปัญหาความวิตกกังวลของบุคลากรที่ปรับเปลี่ยนสายงานไม่ได้รับการพิจารณา และการจัดสรรงบประมาณ ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 3) แนวทางการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ควรสรรหาบุคลากรและทำการบรรจุเพิ่มให้เต็มตามกรอบโครงสร้างอัตรากำลังที่กำหนดไว้ตามขนาด ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และควรจัดหาพื้นที่แห่งใหม่ในการก่อสร้างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่มีพื้นที่คับแคบ</p> จีระศักดิ์ ทัพผา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-19 2025-12-19 5 2 1 17 การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่การพึ่งตนเองของชุมชนอีสานไทพวน บ้านดงบัง ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/4448 <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) สภาพปัญหาของวิสาหกิจชุมชนอีสานไทพวน 2) ศักยภาพและแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอีสานไทพวน และ 3) ผลการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสู่การพึ่งตนเองของชุมชนอีสานไทพวน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต และการสนทนากลุ่ม กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 24 คน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาของวิสาหกิจชุมชนอีสานไทพวน สมาชิกไม่ให้ความสำคัญกับการวางแผน บุคลากรขาดความรู้ด้านภูมิปัญญา การบริหาร การตลาด การเงิน และนวัตกรรม กลุ่มไม่ได้รับคำปรึกษาและการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภาครัฐ และการบริหารจัดการวัตถุดิบ เครื่องมือในท้องถิ่นไม่ทันสมัย สินค้าไม่มีเอกลักษณ์และมูลค่าเพิ่ม ศักยภาพและแนวทางการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนอีสานไทพวน ด้านการตลาดเน้น “การตลาดยุค 6.0” ศึกษาผู้บริโภคยุคดิจิทัล ด้านบัญชีและการเงิน หน่วยงานภาครัฐกำหนดระเบียบ ตรวจสอบ และอบรม เพื่อให้กลุ่มทำบัญชีถูกต้อง ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ ประสานกับสถาบันการศึกษาให้ความรู้และคำปรึกษาด้านการออกแบบ ด้านการผลิต สนับสนุนการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ด้านภาษาต่างชาติ หน่วยงานภาครัฐจัดอบรม ด้านการขาดความร่วมมือ ประสานงานกับสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐในการฝึกอบรมให้ความรู้ ด้านการลดต้นทุน ใช้วัตถุดิบในท้องถิ่น ลดการซื้อจากภายนอก ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ใช้ไอทีทำการตลาด โฆษณา และขายสินค้าออนไลน์ เมื่อพัฒนาก็สามารถแก้ปัญหา ก่อเกิดความร่วมมือ จนสามารถพึ่งตนเองของกลุ่มได้ ด้านเทคโนโลยีได้รับการฝึกอบรมฟรีจากภาครัฐ ด้านเศรษฐกิจ กลุ่มยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ชีวิตพออยู่พอกิน ไม่ฟุ่มเฟือย ใช้จ่ายอย่างประหยัด และด้านสังคมและวัฒนธรรม อาศัยการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน แบ่งปันความรู้ รับผิดชอบงานส่วนรวมด้วยความเต็มใจไม่หวังผลตอบแทน</p> ทศพล มีศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-19 2025-12-19 5 2 18 36 กระบวนการเพิ่มผลผลิตทำนา 1 ไร่ ได้ข้าว 1 ตัน เพื่อการพึ่งตนเองของเกษตรกรบ้านตลาดประดู่ https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/4249 <p> การวิจัยนี้เรื่อง กระบวนการเพิ่มผลผลิตทำนา 1 ไร่ 1 ตัน สู่การพึ่งตนเองของเกษตรกรบ้านตลาดประดู่ ตำบลกระชอน อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ใช้วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ศึกษากลุ่มประชากรผู้มีส่วนสำคัญเพื่อให้ข้อมูล จำนวน 24 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา โดยมีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพบริบทชุมชน ปัญหาและอุปสรรคกระบวนการทำนาของเกษตรกรชุมชนตลาดประดู่ 2) ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหากระบวนการเพิ่มผลผลิตของการทำนาของเกษตรกรชุมชนตลาดประดู่ และ 3) ศึกษาผลการพัฒนากระบวนการเพิ่มผลผลิตทำนาเพื่อการพึ่งตนเองของเกษตรกรชุมชนตลาดประดู่ ทำให้ได้ผลการวิจัยคือ สภาพบริบทชุมชน ปัญหาและอุปสรรคกระบวนการทำนาของเกษตรกรชุมชนตลาดประดู่ พบว่าชุมชนบ้านตลาดประดู่ มีสภาพปัญหาการทำนา 10 ประการ พบแนวทางการแก้ไขปัญหากระบวนการเพิ่มผลผลิตทำนาจำนวน 5 ประเด็น และกระบวนการผลิตที่เพิ่มผลผลิตทำนาทั้งหมด 12 ขั้นตอน ผลการพัฒนากระบวนการเพิ่มผลผลิตทำนาเพื่อการพึ่งตนเองของเกษตรกรชุมชนตลาดประดู่ ด้านเศรษฐกิจและด้านสิ่งแวดล้อม กล่าวโดยสรุปการทำนาให้ได้ผลผลิตสูงถึง 1 ตันต่อไร่ ในงานวิจัยครั้งนี้จะเน้นการทำนาแบบประณีต โดยใช้เทคนิค ได้แก่ การเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตดี กข49 การปรับปรุงดินด้วยการไม่เผาตอซังข้าว การหมักฟางข้าวในแปลงนา การใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยเคมีอย่างเหมาะสม การกำจัดวัชพืช โรคข้าวและแมลงศัตรูพืช และการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ</p> ฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ วงศ์สถิตย์ วิสุภี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-19 2025-12-19 5 2 37 54 นวัตกรรมการพัฒนาการประกอบการชุมชน https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/4004 <p> บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและนำเสนอแนวทางการพัฒนาการประกอบการชุมชน โดยใช้นวัตกรรมเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการประกอบการชุมชนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง จากการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้รวบรวมและสังเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ความหมาย คุณลักษณะ และความสำคัญของการประกอบการชุมชน เพื่อสร้างกรอบแนวคิดในการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมการพัฒนาที่เหมาะสมสำหรับการประกอบการชุมชน ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า การจะยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของการประกอบการชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องอาศัยแนวทางการพัฒนาที่บูรณาการในสองมิติสำคัญ ได้แก่ 1) การพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากร และ 2) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการ โดยมีนวัตกรรมเป็นกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนการพัฒนา บทความนี้ได้นำเสนอแนวทางและนวัตกรรมที่เฉพาะเจาะจงสำหรับทั้งสองมิติ ประกอบด้วย นวัตกรรมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการชุมชน และนวัตกรรมการพัฒนาศักยภาพระบบบริหารจัดการก ซึ่งต้องดำเนินการควบคู่กันไปพร้อมกันอย่างมีความสมดุล ทำให้เกิดความเชื่อมโยงการพัฒนาในประเด็นต่าง ๆ อาทิเช่น การพัฒนาทักษะที่เป็นทักษะเชิงวิชาชีพและทักษะด้านพฤติกรรม การส่งเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เป็นต้น ข้อค้นพบสำคัญคือ นวัตกรรมที่นำมาปรับใช้จะต้องสอดคล้องกับบริบทขององค์กรและวิถีชุมชน โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ และสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นำไปสู่การพัฒนาที่สร้างความสมดุลระหว่าง คน องค์กร และชุมชน เทียบเคียงได้กับการพัฒนาตามหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง</p> <p> </p> ณัฐนันท์ จันทมณี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-19 2025-12-19 5 2 55 69 การพัฒนาธุรกิจเกษตรของประเทศไทยและโอกาสในการแข่งขันในตลาดโลก:แนวทางและกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/3843 <p> บทความวิชาการนี้ กล่าวถึงธุรกิจเกษตรของไทยมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก เทคโนโลยี และนโยบายทางการค้า ได้สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายต่อภาคเกษตรไทย บทความนี้มุ่งศึกษาการพัฒนาธุรกิจเกษตรของประเทศไทย โดยเน้นการวิเคราะห์โอกาสในการแข่งขันในตลาดโลกประเด็นของแนวทางและกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืน ใช้กรอบแนวคิดด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) และแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน (Competitive Advantage) โดยวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ 1) นโยบายภาครัฐและการสนับสนุนด้านเทคโนโลยี 2) บทบาทของเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) และเทคโนโลยีดิจิทัล 3) การพัฒนาเกษตรอินทรีย์และมาตรฐานสากล 4) ห่วงโซ่อุปทานและระบบโลจิสติกส์เกษตร และ 5) การปรับตัวต่อการค้าเสรีและมาตรการกีดกันทางการค้า</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า การพัฒนาเกษตรอัจฉริยะและการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่มาตรฐานสากลและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มและขยายโอกาสการค้าในตลาดโลก นอกจากนี้ การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร มีความสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรไทย บทความนี้เสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์สำหรับการพัฒนาธุรกิจเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระยะยาว โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระดับนานาชาติ ผลการศึกษานี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางเชิงนโยบายและกลยุทธ์ในการพัฒนาเกษตรกรรมของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p> ณรงค์ ดุษฎี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-19 2025-12-19 5 2 70 88