วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ
<p><strong>วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ</strong> เป็นวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์บทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทวิจารณ์หนังสือ และบทความพิเศษแบบออนไลน์ ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากลคำนึงถึงจริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการอย่างเคร่งคัด เปิดรับบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์วารสารปีละ 2 ฉบับ โดยทีมงานกองบรรณาธิการคุณภาพ</p>
สถาบันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (บริษัท เอช อาร์ ดี ไอจำกัด))
th-TH
วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
3027-6985
-
ผลการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงร่วมด้วย
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/1390
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการพยาบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงร่วมด้วย เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลราชวิถี เป็นชายไทยอายุ 60 ปี เวียนศีรษะ พูดไม่ชัดและช้าลง หน้าเบี้ยว แขนขาข้างขวาอ่อนแรง เดินเซ ได้รับการตรวจวินิจฉัยครั้งแรกด้วยอาการภาวะสมองขาดเลือดชั่วขณะ แพทย์ให้ยา rt-PA ในรักษาเบื้องต้น จากนั้นส่งตรวจสมองด้วย EKG และทำ CT Brain และวินิจฉัยใหม่เป็นโรค Ischemic Stroke with Left Middle Cerebral Artery แพทย์รับไว้เพื่อการรักษาต่อในโรงพยาบาลเพื่อทำกายภาพและฟื้นฟูสภาพ ผลการพยาบาล พบว่า ผู้ป่วย 1) มีสัญญาณชีพและความดันโลหิตปกติ ไม่มีปวดศีรษะ ตาไม่พร่ามัว ไม่คลื่นไส้อาเจียน 2) ไม่มีเลือดออกตามร่างกายและสัญญาณชีพปกติ 3) รู้สึกตัวดี มีกำลังแขนขาข้างขวาซ้ายอยู่ในระดับห้า 4) ไม่เกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้ม ประเมิน Barthel Index, mRS และ Fall Risk Score เท่ากับ 90, 2 และ 2 คะแนน ตามลำดับ 5) ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้นตามเกณฑ์ดัชนีบาร์เธลเอดีแอล จาก 80 เป็น 90 คะแนน 6) ตัดสินใจร่วมกับญาติใน การรักษา ฟื้นฟูสภาพ และดูแลตนเองตามแผนการรักษา 7) รู้สึกตัวเป็นปกติ ไม่ชักเกร็ง ไม่เวียนศีรษะ พูดชัดเจน หน้าไม่เบี้ยว แขนขาข้างขวาไม่อ่อนแรง ไม่เดินเซ 8) ผู้ป่วยและญาติมีสีหน้าคลายความวิตกกังวลลง มีอาการยิ้มแย้ม พูดคุยดี มีอารมณ์ดี ไม่หงุดหงิด ให้ความร่วมมือดี และ 9) ผู้ป่วยและญาติมีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคข ดูแลตนเอง และตรวจตามแพทย์นัด</p>
สุวัฒนี จันทร์ศักดา
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-01-02
2025-01-02
5 1
44
59
-
การพยาบาลผู้ป่วยโรคจิตเภทจากการใช้สารเสพติดเมทแอมเฟตามีน
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/1391
<p> การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการพยาบาลผู้ป่วยโรคจิตเภทที่มีประวัติการใช้สารเมทแอมเฟตามีน โดยประยุกต์ใช้กระบวนการพยาบาลร่วมกับทฤษฎีสัมพันธภาพระหว่างบุคคลของเพพลาว (Peplau’s Theory of Interpersonal Relations) กรณีศึกษาเป็นผู้ป่วยชายไทยอายุ 29 ปี เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลราชวิถี ในระบบสมัครใจด้วยอาการหงุดหงิด กระสับกระส่าย พูดคุยสับสน ไม่สบตา และมีพฤติกรรมตาขวางระหว่างสนทนา แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นพบความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรมจากการเสพสารกระตุ้นระบบประสาท ผู้ป่วยได้รับการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพจนถึงวันที่ 5 กันยายน 2565 โดยพยาบาลได้ให้การดูแลตามข้อวินิจฉัยการพยาบาลจำนวน 7 ข้อ ผลการประเมินพบว่า ผู้ป่วยไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรงต่อตนเองและผู้อื่น สามารถจัดการกับความคิดและอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม มีความเชื่อมั่นและยอมรับในคุณค่าของตนเองมากขึ้น ด้านความรู้ความเข้าใจ สามารถอธิบายถึงโทษและพิษภัยของสารเสพติด รวมถึงบอกวิธีการดูแลตนเองไม่ให้เสพซ้ำได้อย่างถูกต้อง ด้านการรักษาด้วยยา ไม่พบอาการข้างเคียงจากการใช้ยาจิตเวช สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันและรับประทานยาได้ตามแผนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีแบบแผนการนอนหลับที่มีประสิทธิภาพ เฉลี่ย 5 - 6 ชั่วโมงต่อคืน ในส่วนของพฤติกรรมบำบัด พบว่าผู้ป่วยร่วมมือในการรักษาและมีพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น บางครั้งจะมีปัญหาการควบคุมอารมณ์ แต่สามารถปรับตัวได้รวดเร็วภายใต้และยอมรับความช่วยเหลือด้วยดี ประการสุดท้าย ผู้ป่วยและญาติเข้าใจในคำแนะนำทางการพยาบาล มีทัศนคติที่ดี พร้อมกลับไปดูแลตนเองที่บ้าน สะท้อนถึงความสำเร็จของการใช้สัมพันธภาพบำบัดในการฟื้นฟูผู้ป่วยจิตเวชที่มีปัญหาสารเสพติดร่วม</p>
ศิริวรรณ ชีโพธิ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-01-02
2025-01-02
5 1
60
75
-
ปัจจัยทางเศรษฐกิจและอัตราส่วนทางการเงินที่มีอิทธิพลต่อ ดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย: กรณีศึกษากลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/1506
<p> งานวิจัยนี้ทำการศึกษาปัจจัยทางเศรษฐกิจและอัตราส่วนทางการเงินที่มีอิทธิพลต่อดัชนีราคาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรณีศึกษากลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกอบด้วย อัตราราคาตลาดต่อกำไรต่อหุ้น (PE) อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชี (PBV) ราคาน้ำมัน (OIL) ราคาทองคำ (GOLD) และอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อ ดอลลาร์สหรัฐ (EXC) ระหว่างเดือนมกราคม 2562 ถึง เดือนธันวาคม 2566 ระยะเวลา 5 ปี จำนวน 60 เดือน การวิจัยนี้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรมสำเร็จรูป SPSS และนำมาวิเคราะห์โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์แบบจำลองสมการถดถอยเชิงพหุ ผลการศึกษาพบว่า ราคาน้ำมันมีอิทธิพลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากรมากที่สุด รองลงมาคือ อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชีและราคาทองคำ ตามลำดับ ทั้งนี้ตัวแปรทั้งสามมีอิทธิพลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในขณะที่อัตราราคาตลาดต่อกำไรต่อหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ไม่พบว่ามีอิทธิพลต่อดัชนีราคาหลักทรัพย์กลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร ผลการวิจัยสอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้าที่พบว่าราคาน้ำมันมีความสัมพันธ์เชิงลบกับราคาหลักทรัพย์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมทรัพยากร อีกทั้งอัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชียังเป็นตัวบ่งชี้ถึงผลการดำเนินงานของบริษัท และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุน ส่วนราคาทองคำนั้น แม้จะมีความสัมพันธ์เชิงลบกับดัชนีราคาหลักทรัพย์ แต่ความสัมพันธ์นี้มีความซับซ้อนและขึ้นอยู่กับปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเงินอื่น ๆ วิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนในการตัดสินใจลงทุน และต่อผู้กำหนดนโยบาย ในการกำกับดูแลตลาดทุน</p>
วิวัฒน์วงศ์ บุญหนุน
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-01-02
2025-01-02
5 1
1
12
-
ประสิทธิผลของโปรแกรมเสริมสร้างความเข้มแข็งของจิตใจร่วมกับ การดูแลด้านจิตสังคมต่อความเข้มแข็งของจิตใจในผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตาย
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/1576
<p> การวิจัยกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความเข้มแข็งของจิตใจในผู้ป่วยที่พยายาม ฆ่าตัวตายก่อนและหลังได้รับโปรแกรมเสริมสร้างความเข้มแข็งของจิตใจ ร่วมกับการดูแลด้านจิตสังคมต่อที่เปรียบเทียบความเข้มแข็งของจิตใจระหว่างกลุ่มที่ได้รับโปรแกรมกับกลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตายที่มารับบริการในโรงพยาบาลค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จำนวน 30 คน จับคู่ลักษณะคล้ายคลึงกันด้านเพศและอายุ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมเสริมสร้างความเข้มแข็งของจิตใจร่วมกับการดูแลด้านจิตสังคม และแบบประเมินพลังสุขภาพจิต ของกรมสุขภาพจิต มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.749 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความเข้มแข็งของจิตใจหลังได้รับโปรแกรมสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีความเข้มแข็งของจิตใจสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับการพยาบาลตามปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สรุปผลการวิจัย โปรแกรมเสริมสร้างความเข้มแข็งของจิตใจร่วมกับการดูแลด้านจิตสังคมสามารถเพิ่มคะแนนความเข้มแข็งของจิตใจได้ มีประสิทธิผลในการเพิ่มความเข้มแข็งของจิตใจในผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตาย สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตายด้วยวิธีการอื่น ๆ ได้ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยไม่กลับไปมีพฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตายซ้ำ และส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p>
กนกภรณ์ ทองคุ้ม
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-01-02
2025-01-02
5 1
13
24
-
การประเมินโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ จังหวัดเพชรบุรี
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/1690
<p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการดำเนินงานโครงการ เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารโครงการ และเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการดำเนินโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติจังหวัดเพชรบุรี พื้นที่เป้าหมาย 13 หมู่บ้าน ของ 8 อำเภอ ในจังหวัดเพชรบุรี โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบสอบถาม ซึ่งใช้เก็บข้อมูลจากคณะทำงานและชุดปฏิบัติการของโครงการ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยการใช้โปรแกรม SPSS และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยประเมินผล พบว่าการประเมินผลโครงการ เป็นไปตามตัวชี้วัด 4 ด้าน 16 ตัวชี้วัด กล่าวคือ ด้านบริบท 2 ตัวชี้วัด ได้แก่ แผนงาน โครงการและกิจกรรม และความสอดคล้องต่อนโยบาย, ด้านปัจจัยนำเข้า 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ บุคลากร วิธีการจัดการ งบประมาณ และวัสดุอุปกรณ์, ด้านกระบวนการ 6 ตัวชี้วัด ได้แก่ รูปแบบการค้นหาและคัดกรองประชาสัมพันธ์สร้างความรับรู้และความเข้าใจให้ประชาชน การบำบัดรักษา การตามเยี่ยม และการสร้างภูมิคุ้มกันและการป้องกันยาเสพติด และด้านผลผลิต 4 ตัวชี้วัด ได้แก่ การสร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างอาชีพ และได้รับการยอมรับของสังคม สรุปผลการประเมินตามเกณฑ์ ผ่าน 13 ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 81.25 เป็นผลการประเมินโครงการในภาพรวม อยู่ในเกณฑ์มีประสิทธิผลระดับสูง และพบว่ารูปแบบการบริหารโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติจังหวัดเพชรบุรี โดยรวมแล้วสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติทุกจังหวัด งานวิจัยประเมินผลนี้มีข้อเสนอแนะ 3 ประการ ประกอบด้วย ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ข้อเสนอแนะการนำผลการศึกษาวิจัยไปใช้ และข้อเสนอแนะการทำการศึกษาวิจัยครั้งต่อไป</p>
เชาว์ ทองมา
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2025-01-02
2025-01-02
5 1
25
43