https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/issue/feed
วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
2026-06-11T14:28:30+07:00
ดร.วัลลภ ใหญ่ยิ่ง
wullop.hrdi@gmail.com
Open Journal Systems
<p><strong>วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ</strong> เป็นวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์บทความวิจัย บทความวิชาการ บทความปริทัศน์ บทวิจารณ์หนังสือ และบทความพิเศษแบบออนไลน์ ในสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสากลคำนึงถึงจริยธรรมในการตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการอย่างเคร่งคัด เปิดรับบทความภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์วารสารปีละ 2 ฉบับ โดยทีมงานกองบรรณาธิการคุณภาพ</p>
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/3842
เศรษฐกิจโลกยุคใหม่: บทบาทของผู้นำทางการค้าและการเมืองในการกำหนดอนาคต
2025-09-29T08:48:25+07:00
Narong dutsadi
narongdutsadi@gmail.com
<p>ในยุคของเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยกระบวนการโลกาภิวัตน์ เศรษฐกิจของแต่ละประเทศไม่สามารถดำเนินไปอย่างโดดเดี่ยวได้ การค้า การลงทุน และการเมืองระหว่างประเทศมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง บทความนี้มุ่งวิเคราะห์บทบาทของผู้นำทางการค้าและการเมืองในการกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในศตวรรษที่ 21 เน้นการศึกษากลยุทธ์และแนวโน้มการปรับตัวของผู้นำทั้งภาครัฐและเอกชนในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยการศึกษาผ่านทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทฤษฎีโลกาภิวัตน์ ทฤษฎีการเมืองโลก ทฤษฎีเชิงสร้างสรรค์ และทฤษฎีการค้าเสรี ทั้งนี้ทฤษฎีการเมืองโลกมีอิทธิพลอย่างมากในการกำหนดบทบาทของผู้นำในยุคปัจจุบัน จากการศึกษาพบว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก คือ การตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้นำ เช่น นโยบายการค้าเสรี การคุ้มครองทางการค้า และการลงทุนข้ามชาติ ซึ่งสามารถกำหนดอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศและภูมิภาคได้โดยตรง นอกจากนี้บริบทของสังคมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้ปรับโครงสร้างการผลิต การบริโภค และรูปแบบธุรกิจทั่วโลก ทำให้ผู้นำต้องพัฒนาแนวทางบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน อีกทั้งผู้นำยังต้องเผชิญกับประเด็นทางสังคมที่ซับซ้อน เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแรงกดดันจากเศรษฐกิจถดถอยในระดับโลก อนาคตของเศรษฐกิจโลกจึงขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้นำในการสร้างสมดุลระหว่างผลประโยชน์ภายในประเทศกับความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืน บทความนี้สรุปว่า ผู้นำทางการค้าและการเมืองในยุคใหม่จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยี นโยบายเศรษฐกิจ และความร่วมมือระดับโลก เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน</p>
2026-06-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/4243
การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ของชุมชนตำบลทุ่งปี๊ อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่
2025-10-08T13:57:06+07:00
สุทธิดา โกฏิแก้ว
sudthidakotkaew@gmail.com
เดชรัต สุขกำเนิด
tonklagroup@yahoo.com
<p>การวิจัยนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัญหาการใช้น้ำเพื่อการเกษตรในตำบลทุ่งปี๊ 2) เพื่อศึกษาระบบการบริหารจัดการน้ำของชุมชนตำบลทุ่งปี๊ 3) เพื่อศึกษาการมีส่วนร่วมของสมาชิกผู้ใช้น้ำในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ และการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับวิถีเกษตรชุมชนอย่างยั่งยืน ดำเนินการโดยใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เก็บข้อมูลภาคสนามด้วยแบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม แบบสนทนากลุ่ม ผลการวิจัยพบว่า ปัญหาการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรของชุมชนตำบลทุ่งปี๊ เกิดจาก (1) ปัญหาภายนอก ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ การบุกรุกลำน้ำ หลักทำการค้าของนายทุนทั้งในและนอกพื้นที่ (2) ปัญหาภายใน ได้แก่ ตัวฝายชำรุดและสึกกร่อน มีตะกอนทรายทับถม ลำน้ำตื้นเขิน ไม่มีงบประมาณจากภาครัฐ คณะกรรมการและสมาชิกขาดความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการปรับเปลี่ยนชนิดพืชที่ปลูกทำให้ต้องใช้น้ำมากขึ้น การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรส่งเสริมความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปลูกป่า และการป้องกันการทำลายป่า ควบคู่กับการให้ความรู้ทางวิชาการด้านการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ มีการจัดสรรน้ำตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ และสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดให้มีแหล่งกักเก็บน้ำในช่วงฤดูน้ำหลาก เพื่อใช้ในฤดูแล้ง ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาภัยแล้งและลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p>
2026-06-11T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/3988
ปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา
2025-11-25T14:05:51+07:00
หทัยรัตน์ นุกูลวงษ์
hathairatnukulwong@gmail.com
ปกรณ์ ปรีชาภรณ์
sompong.pij@krirk.ac.th
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา และเปรียบเทียบปัจจัยดังกล่าวจำแนกตามลักษณะส่วนบุคคล กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา ซึ่งเลือกโดยวิธีสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาคเท่ากับ 0.91 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานของพยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.01, SD = 0.215) และผลการเปรียบเทียบพบว่า พยาบาลวิชาชีพที่มีลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส และรายได้ต่อเดือนแตกต่างกัน มีความคิดเห็นต่อปัจจัยที่ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานโดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน ข้อเสนอแนะจากการวิจัย ผู้บริหารโรงพยาบาลควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ร่วมตัดสินใจและแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการยกระดับขวัญและกำลังใจของบุคลากร นอกจากนี้ ควรส่งเสริมเรื่องความมั่นคงปลอดภัยในการทำงาน และสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กรให้มีความจริงใจและร่วมมือช่วยเหลือกันในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงพยาบาล</p>
2026-06-16T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/4447
การเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนจักสานกระติบข้าว บ้านคำพัฒนา ตำบลบ้านผือ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย
2025-11-04T16:28:25+07:00
ณัฐพงศ์ ชนะพันธ์
chnaphan2515@gmail.com
เดชรัต สุขกำเนิด
tonklagroup@yahoo.com
<p>งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัญหาอุปสรรค วิเคราะห์ศักยภาพการดำเนินกิจการ และเสนอแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการของวิสาหกิจชุมชนจักสานกระติบข้าวบ้านคำพัฒนา ตำบลบ้านผือ อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ผู้วิจัยเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญแบบเจาะจง 23 คน เป็นประชาชน 20 คน และผู้นำชุมชน 3 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกต และการประชุมกลุ่มย่อย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยประการแรก พบว่า ปัญหาอุปสรรค คือ โครงสร้างองค์กรไม่ครอบคลุมภารกิจ ขาดระบบการบริหารเชิงรุก ไม่ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล ขาดแคลนแรงงาน ขาดเครื่องมือทุ่นแรง บุคลากรขาดทักษะการทำบัญชี ทักษะการออกแบบผลิตภัณฑ์ และทักษะการบริหารเชิงกลยุทธ์ ประการที่สอง พบว่า ศักยภาพการดำเนินกิจการอยู่ที่การเปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในกระบวนการบริหาร ร่วมในการปลูกต้นไผ่เพิ่ม และการสร้างสัมพันธ์กับหมู่บ้านใกล้เคียง มีการเงินที่มีความเข้มแข็งจากการกองทุนและการออมของสมาชิก และการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ มีวัฒนธรรมการอยู่กันอย่างเกื้อกูล มีการเรียนรู้เทคโนโลยีการใช้สื่อออนไลน์เพื่อการเข้าถึงแหล่งหาความรู้ มีการยึดมั่นในการรักษาคุณภาพที่ดีเพื่อการแข่งขัน ประการสุดท้าย พบว่า ควรยึดตามกรอบส่วนประสมทางการตลาด 4P’s ใช้วัสดุให้หลากหลาย ปรับปรุงขบวนการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ทรงคุณค่า เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายแบบออนไลน์ มีส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิก บริการลูกค้าทุกระดับให้ประทับใจ สำหรับแนวทางการพัฒนาการบริหารกลุ่มสมาชิก ได้แก่ การพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของสมาชิก เชื่อมโยงเครือข่าย และภูมิปัญญาวัฒนธรรมท้องถิ่น</p>
2026-06-16T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ
https://so12.tci-thaijo.org/index.php/IIDMJ/article/view/7867
การพัฒนาธุรกิจหอมพร้าว เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด
2026-06-02T15:11:35+07:00
ณัฐนันท์ จันทมณี
minddy2335@gmail.com
วงศ์สถิตย์ วิสุภี
addy2522@gmail.com
ภานุพงศ์ เฟื่องแก้ว
biwkaiser17@gmail.com
เสาวคนธ์ แจ่มแจ้ง
saowakonjamjang@gmail.com
<p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการผลิตและการตลาดตลอดจนพัฒนากระบวนการดังกล่าว และเพิ่มศักยภาพการจัดการธุรกิจหอมพร้าว โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญประกอบด้วย ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 25 คน เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์ การสังเกต และการสนทนากลุ่ม จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัย พบว่า 1) กระบวนการผลิตและการตลาดในปัจจุบัน ธุรกิจหอมพร้าวผลิตน้ำตาลมะพร้าวแท้ 100% จากจั่นมะพร้าวในพื้นที่ทับสะแก โดยใช้กรรมวิธีแบบดั้งเดิม เช่น การใช้ไม้พะยอมเพื่อกันเสียธรรมชาติ และการเคี่ยวด้วยเตาฟืนในกระทะใบบัว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจยังเผชิญความท้าทายด้านมาตรฐานการผลิตที่เป็นระบบและกลยุทธ์การตลาดที่ยังไม่สามารถแข่งขันได้อย่างเต็มศักยภาพ 2) การพัฒนากระบวนการผลิตและการตลาด การวิจัยได้มุ่งเน้นการปรับปรุงขั้นตอนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และควบคุมมาตรฐานสินค้าให้สม่ำเสมอ ในด้านการตลาด ได้มีการนำแนวคิดส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix) มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างอัตลักษณ์แบรนด์ที่โดดเด่น การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัย และการกำหนดตำแหน่งผลิตภัณฑ์เป็นน้ำตาลมะพร้าวเกรดพรีเมียมสำหรับกลุ่มผู้รักสุขภาพ 3) การพัฒนาศักยภาพการจัดการ ผลการพัฒนาช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของแบรนด์ผ่านการบริหารจัดการที่เป็นระบบมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานในชุมชน ซึ่งช่วยเพิ่มรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน</p>
2026-06-25T00:00:00+07:00
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารบริหารการพัฒนานวัตกรรมเชิงบูรณาการ